Neric-Club.Com
  สารบัญเว็บไซต์
  ทรัพยากรคลับ
  พิพิธภัณฑ์หุ่นกระดาษ
  เปิดประตูสู่อาเซียน@
  พันธกิจขยายผล
  ชุมชนคนสร้างสื่อ
  ห้องภาพ/ห้องเพลง
  คลีนิคสุขภาพ
  บริหารจิต
  ห้องข่าว
  ตลาดวิชา
   นิตยสารออนไลน์
  วรรณกรรมเพื่อเยาวชน
  ลมหายใจของใบไม้
  เรื่องสั้นปันเหงา
  อังกฤษท่องเที่ยว
  อนุรักษ์ไทย
  ศิลปวัฒนธรรมไทย
  ต้นไม้ใบหญ้า
  สายลม แสงแดด
  เตือนภัย
  ห้องทดลอง
  วิถีไทยออนไลน์
   มุมเบ็ดเตล็ด
  เพลงหวานวันวาน
  คอมพิวเตอร์
  ความงาม
  รักคนรักโลก
  วิถีพอเพียง
  สัตว์เลี้ยง
  ถนนดนตรี
  ตามใจไปค้นฝัน
  วิถีไทยออนไลน์
 
  Test
 
 

'องค์ความรู้ในโลกนี้มีมากมาย
เหมือนใบไม้ในป่าใหญ่
มนุษย์เราเรียนรู้ได้
แค่ใบไม้หนึ่งกำมือของตนเอง
ผู้ใดเผยแผ่ความรู้
อันเป็นวิทยาทานแก่ผู้อื่น
นั่นคือกุศลอันใหญ่ยิ่ง'
 
องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

สวนขวัญตะวันหวาน



สถิติผู้เยี่ยมชมเวปไซต์
13377234  

ลมหายใจของใบไม้

:::ลอยเรือ...ให้เหลือรอย:::





หลายเสียงที่ยับยั้งการตัดช่องน้อยแต่พอตัวเมื่อคืดจะดีดตัวเองออกนอกชีวิตราชการ
"คิดว่าคนอื่นจะทำได้ดีเท่าเราไหม"คำถามจี้ใจดำจากนางแก้วของพี่รอง
วันนั้นยังงงกับ"รู้ได้งัย" ฉันไม่ได้ปริบากบอกเธอสักหน่อย
ได้ความทีหลังว่าอดีต PM คนแสนดีที่ดังแล้วแยกวงยื่นโนติ๊ด
วันนั้นฉันไม่มีคำตอบแต่คิดหนัก

คุณครูที่เคยสอนมาตั้งแต่ครั้งวัยประถมฝากบอสมาบอกให้ทบทวนการตัดสินใจใหม่
รู้ดีว่าท่านเฝ้ามองการทำงานของฉันมาตลอด
จังหวะเดียวกับผลสอบโอเน็ทฉบับปราบเซียนหวดตูมลงมา
ฉันต้องอยู่เพื่อกู้เกียรติภูมิครูที่สร้างมาทั้งชีวิต
เห็นใจเพื่อนร่วมวิชาชีพพูดไม่ออก มองเห็นปัญหาชัดเจน
เพื่อนเอ๋ย..อย่าเพิ่งท้อไปเสียก่อนนะ..



คิดจะใช้นามแผง"ไม้แผกป่า" เขียน "วันชนะของคนพ่าย"ลงสนามแข่งขันชิงรางวัลอีกครั้ง
ฉันตั้งใจเขียนอย่างประณีต มันจบด้วยชีวิตและน้ำตา..กลิ่นน้ำเน่าคลุ้งกระจาย
มันเป็นเรื่องจริง..แต่จะยอมรับกันได้ไหม..ชีวิตที่เหลืออยู่ยังอีกยาวไกล..
ตัดสินใจจับยัดไว้ในแฟ้มสีน้ำเงินแฟ้มเดิมที่รวมเรื่องราวไว้มากมาย
ให้จันทร์ค้างฟ้าที่เสียบยอดแหลมของเสาสูงโทรศัพท์เช้าตรู่วันนั้นเป็นพยาน

ชีวิตก้าวสู่สนามประลองครั้งใหญ่หลังตัดสินใจเฉียบพลัน
"ไม่อยากเป็นไก่ชนในสุ่ม" และหมายความตามนั้น..
ได้รู้ว่าผู้จัดการชีวิตของฉันอยู่รอบตัวนี่เอง
วันคืนที่เสาะแสวงหาเส้นทางใหม่ในจุดหมายเดิม
มือทีมองไม่เห็นยื่นส่งมาแล้ว ฉันไม่รีรอที่จะคว้าโอกาสนั้นไว้
ฉันคว้าโอกาสนั้นไว้ได้แล้วอย่างไม่ทันตั้งตัวแต่มั่นใจ
สิ่งที่ฉันคว้าย่อมไม่ปล่อยให้หลุดมือ ก็ฉันคนแสวงหาสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเอง

ก่อนถึงวันเส้นตายยื่นความจำนงเกษียณก่อนอายุ ฉันดิ่งเข้าคุรุสภา
คุณสมบัติมีครบถ้วนตามที่จะขอใบประกอบวิชาชีพศึกษานิเทศก์ได้
เช้ามืดวันนั้นฉันพบคนหัวเกรียนที่ทำให้หงุดหงิดที่ลานจอดรถหน้าตึก
ก็คงเป็นได้แค่รปภ.ประจำลานจอดรถ สามหาวอย่างนั้น
ทำไมหน่วยงานราชการไม่มีสติกเกอร์"พนักงานไม่สุภาพโปรดแจ้ง..."
ได้รู้ว่าเช้ามืดวันนั้นมีคนไปนั่งรอก่อนหน้าฉันเป็นร้อย
หมอนั่นถ้าจะทำงานหนักก่อนออกกะเช้าเลยเบรคแตก
นะ..อโหสิให้..วันหนึ่งฉันขึ้นเป็นนักการเมืองจะยังจำกันได้ไหม..

หลายวัน หลายคืนที่หวนสู่ชีวิตคนเรียนอีกครั้ง
รู้ว่าต้องแข่งกับตัวเอง ฉันกลับมาขลุกกับตำรา
อีกครั้ง..ตำรา..ยาหม้อใหญ่สำหรับฉัน..
ความรู้ความสามารถในหน้าที่ 100 คะแนน
ความรู้ความเข้าใจด้านกฏหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน 50 คะแนน
ความรอบรู้ทั่วไป 50 คะแนน
การประเมินความเหมาะสมกับตำแหน่ง 100 คะแนน
รวม 300 คะแนน ทุกหมวดต้องผ่าน 60% ฉันคนไม่เอาไหนจะทำได้ไหม
ต้องทำให้ได้สิ วิถีใหม่ที่ฉันจะกอบกู้จิตวิญญานตัวเอง
"เสียดายความรู้ความสามารถ" ภาพลักษณ์นี้สร้างกำลังใจให้เป็นที่ยิ่ง
ได้..ฉันจะเก็บเกี่ยวประสบการณ์ปั้นความรู้ความสามารถนั่นอีกครั้ง
ฉันมีเดิมพันเป็นนามธรรม แต่ใครจะรู้เล่า..นามธรรมสร้างวีรบุรุษในอดีตมามากมาย..

น้องๆหลานๆในองค์กรวิ่งหาสารพัดหนังสือมาให้
บางคนอนุเคราะห์เสียง (ก็อ่านอย่างเดียวมันไม่เข้าหัวหนิ)
คนแสนดีส่งเมล์มาถึง" หลักสูตรพัฒนาฯ ก่อนการแต่งตั้ง"
จ๊ากก..อะไรจะมั่นขนาดนั้น..ฉันเอาหนังสือหนุนหัวหลับสบาย..




ใกล้เวลาสอบเข้ามาเต็มที
ฉันยังไม่มีความเหมาะสมสำหรับตำแหน่งในสต็อค
ในความคิดไม่ว่าอย่างไรฉันต้องเดินหน้า
แต่ฉันอ่านหนังสือแบบยัดทะนานไม่เป็น
ไม่กลัวว่าจะสอบไม่ได้ ก็งานที่ทำอยู่ก็รักมาก ยังไม่ตัดใจ
แต่กลัวไม่ผ่านเกณฑ์ให้ซ้ำเติมตัวเองต่างหาก
ริจะทำงานใหญ่ จะจับเสือมือเปล่าก็ออกจะเกินไปแล้ว
แต่ฉันต้องทำอย่างไรกับอาการอ่านหนังสือทีไรปวดหัวตัวร้อนทุกที
ฉันกำลังล้อเล่นกับขีดจำกัดเฉพาะตัวที่พึงมีพึงเป็นหรือเปล่า


..ฉันคนไม่อ่านหนังสือ....ไม่ชอบทำตามความคิดคนอื่น
สมองนี้มีไว้สร้างงานไม่ซ้ำแบบ นั่นไม่ใช่ นี่ไม่ถูก
แล้วกฏหมาย พรบ.ต่างๆ ที่แก้แล้วแก้อีกมันจะเข้าหัวไหม
พลวัตทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองเล่า
ฉันตื่นตูมกับนโยบายรัฐบาล แผนบริหารราชการแผ่นดิน
แผนปฏิบัติราชการของกระทรวงทบวงกรมราวกับจะเดินเข้าสภา
แต่สุดท้าย..ไม่มีอะไรเป็นความรอบรู้ยั่งยืนเลยสักอย่าง

ยิ่งกังวล วิตกจริต นั่นดีกว่าไหม นี่ดีกว่าไหม เหมือนยิ่งถูกบีบ
ถอยหลังไม่ได้เด็ดขาด เมื่อรู้สึกว่า"ไม่ไหวแล้ว" ฉันปฏิวัติตัวเอง..
ฉันมองหาโอกาสในวิกฤต..ให้บริบทรอบตัวดึงศักยภาพออกมา

ที่พักใหม่แสนสุข มีนกน้อยมาส่งเสียงหวานเรียกแต่เช้ามืดทุกวัน
สนามหญ้าเขียวขจีกว้างใหญ่รอบล้อมด้วยแมกไม้นานาพรรณ
ฉันเปลือยเท้าลุยทุ่งน้ำค้างสีเงินบนยอดหญ้าเย็นใจ
ที่ตรงนั้นสงบ ปลอดภัย อากาศใสจนสัมผัสได้
เบื่อจากเดินทอดน่องก็วิวัฒนาการเป็นว่ายบก กรรเชียงบก
ว่ายวัดวาไปในทุ่งน้ำค้าง เหนื่อยก็ลอยคอมองฟ้า
เหมือนได้ย้อนกลับเข้าอดีต ชีวิตสุขของวัยเด็ก
วันนี้ ..ตายังมองดาวเท้ายังติดดิน ..
หนึ่งสับดาห์ผ่าน..สติมา ปัญญาเกิด ฉันพบทางออก..
ฉันไม่ต้องยัดเยียดสารพัดรู้แบบยัดทะนาน



24 พฤษภาคม ฉันเดินตัวปลิวเข้าห้องสอบอย่างมั่นใจ
ความรู้ความเข้าใจตามหัวข้อที่กำหนดเสริชได้จากเน็ทไม่หนักเกินไป
-การส่งเสริมและพัฒนาระบบนิเทศการศึกษา
-การส่งเสริมการใช้หลักสูตรและกระบวนการจัดการเรียนรู้
-การส่งเสริมการระบบการประกันคุณภาพ
-การพัฒนาระบบการวัดและประเมินผล
-การพัฒนาและส่งเสริมการการใช้สื่อนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการศึกษา
-การพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศ
-งานส่งเสริมสนับสนุนการวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา

ทำข้อสอบไปฉันคิดว่าตัวเองกำลังแหวกว่ายทุ่งน้ำค้าง
ทำเสร็จ 100 ข้อบอกตัวเองว่า "ได้แน่นอน"

ฉบับที่ 2 เป็นความรู้ด้านระเบียบกฎหมาย
พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒
พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๕
พรบ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงฯ พ.ศ.๒๕๔๖
พรบ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗
พรบ.ครู ๒๕๕๑
พรบ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.๒๕๔๖
พรก.วิธีการบริหารบ้านเมืองที่ดี

เวงแล้ว..ตัวเลขของมาตราต่างๆฉันไม่ได้ยัดไว้ในสมอง
ฉันพลิกไปทำข้อสอบจากข้างหลังมาข้างหน้าความรอบรู้
ค่อยยังชั่วหน่อยสังคมเศรษฐกิจ การเมือง เหตุการณ์ปัจจุบันก็เดิมๆ
นโยบาย ของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาเทคโนโลยีและสารสนเทศเพื่อการสื่อสาร
อาศัยฉันชอบยื่นจมูกไปอ่านนั่นนี่ตามเว็บบอร์ด
กฎหมายที่เกี่ยวกับการปฏิบัติราชการ ก็เป็นประสบการณ์ดั้งเดิม
ฉันทำไปคิดถึงกรรเชียงบกถอยหลังกับหญ้านุ่มๆเย็นๆและเสียงนกบนยอดไทร
เสร็จ 100 ข้อ บอกตัวเอง ไม่ได้ก็ช่างเหอะ งานที่ทำอยู่เป็นวิชาชีพชั้นสูง

เหลือเวลาอีกตั้งชั่วโมง ฉันแวะไปเยี่ยมเยียนเพื่อนฝูง
พบ"คุณผู้ชาย" ฉันบอกมาสอบศึกษานิเทศก์ อยากเป็นศึกษานิเทศก์แล้ว..
เธอมองหน้าฉันเป๋อเหลอ..ไม่ตอบว่ากระไร..
เข้าห้องสอบสัมภาษณ์พบว่า "คุณผู้ชาย" เป็นหนึ่งในคณะกรรมการสัมภาษณ์ แง..
คณะกรรมการสี่ท่านเป็นกัลยาณมิตรมากฉันให้คำตอบแสดงความคิดเห็นไปตามประสา
เดินออกมาสบายใจกับ"ขอให้โชคดี" ถ่ายทอดข้อสัมภาษณ์ให้อีกหลายคนที่ยังรอคิว
เห็นบอสเดินมา งงมาก มาทำไม
ก็เพิ่งถามบอสต่างองค์กรที่ลูกน้องหนีมาสอบเหมือนกัน มาตามลูกน้องเหรอคะ? ..
รู้ทีหลังว่าเป็นกรรมการชุดตรวจสอบเอกสารประเมินการปฏิบัติงาน
โชคดีที่ฉันไม่ชอบปลอมลายเซ็นคนอื่นโดยไม่จำเป็น..



ขับรถกลับแบบลอยๆคู่แข่งเก่งๆทั้งนั้นเลย ชักปอดๆ
อ่านะ..ไม่ติดหนึ่งในสี่ก็ขอผ่านเกณฑ์ขึ้นบัญชีไว้สักสองปี ขอทำงานทิ้งทวนก่อน
ถึงที่ทำงานพบหน้าหลายๆคน ไม่มีใครกล้าถามฉันถึงผลการสอบเลยสักคน
สี่โมงเย็นโทรศัพท์แจ้ง มีผ่านเกณฑ์แค่ห้าคน..แล้วฉันจะเป็นหนึ่งในห้าไหม?
รู้ว่าหลายคนแอบรอฟังข่าว ฉันจะพ้นหน้าที่ผู้สอนและจัดการเรียนรู้หรือเปล่า
ลำดับที่สามเรียงตามลำดับคะแนนฉันแค่ประหลาดใจเล็กๆ "ทำได้ไง"
นะ..ฉันก็ฟลุ้คมาตลอดชีวิตนั่นแหล่ะ ..ย้อนประวัติการทำงานของฉันดูซี
งานเด่นหลายอย่างเก็บเกี่ยวโดยไม่เพาะหว่าน มันจริงมั้ย?

บอสบอกปฎิเสธการรับงานใหม่ก่อนเวลา ฉันเข้าใจยังมีงานหลายอย่างค้างคา
โดยเฉพาะงานถ่ายทอดวิทยายุทธกับงานตามแปลนของฉัน
กลางเดือนมิถุนายน สมศ. เข้าประเมินรอบสามฉันต้องเตรียมงานในส่วนของฉันให้ดีที่สุด
บางคนบอกองค์กรใหม่รอ"ใช้งาน"
ฉันไม่ตอบ ก็เคยชินกับสื่อความคิดหลากรูปแบบ
แล้วคนที่ออกไปจากองค์กรคุณภาพควรจะ "ใช้ได้" หรือ "ใช้ไม่ได้" ดีเล่า
ฉันไม่คิดว่างานใหม่จะสบายกว่าเดิม "จิตวิญญานครู" ยังมีปริมาณเท่าเดิม
แต่อะไรเล่าทำให้คิดเปลี่ยนสายงาน ฉันคิดอะไรกันแน่?
เธอมองเห็นไหม เธอเห็นความคิดฉันใช่ไหม?





...

ขอบคุณภาพ : ญามี่
ขอบคุณเสียง : Youtube




หน้าที่ :: 98   99   100   101   102   103   104   105   106   107   108  


Copyright © 2012 Neric-Club.Com All Rights Reserved