Neric-Club.Com
  สารบัญเว็บไซต์
  ทรัพยากรคลับ
  พิพิธภัณฑ์หุ่นกระดาษ
  เปิดประตูสู่อาเซียน@
  พันธกิจขยายผล
  ชุมชนคนสร้างสื่อ
  ห้องภาพ/ห้องเพลง
  คลีนิคสุขภาพ
  บริหารจิต
  ห้องข่าว
  ตลาดวิชา
   นิตยสารออนไลน์
  วรรณกรรมเพื่อเยาวชน
  ลมหายใจของใบไม้
  เรื่องสั้นปันเหงา
  อังกฤษท่องเที่ยว
  อนุรักษ์ไทย
  ศิลปวัฒนธรรมไทย
  ต้นไม้ใบหญ้า
  สายลม แสงแดด
  เตือนภัย
  ห้องทดลอง
  วิถีไทยออนไลน์
   มุมเบ็ดเตล็ด
  เพลงหวานวันวาน
  คอมพิวเตอร์
  ความงาม
  รักคนรักโลก
  วิถีพอเพียง
  สัตว์เลี้ยง
  ถนนดนตรี
  ตามใจไปค้นฝัน
  วิถีไทยออนไลน์
 
  Test
 
 

'องค์ความรู้ในโลกนี้มีมากมาย
เหมือนใบไม้ในป่าใหญ่
มนุษย์เราเรียนรู้ได้
แค่ใบไม้หนึ่งกำมือของตนเอง
ผู้ใดเผยแผ่ความรู้
อันเป็นวิทยาทานแก่ผู้อื่น
นั่นคือกุศลอันใหญ่ยิ่ง'
 
องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

สวนขวัญตะวันหวาน



สถิติผู้เยี่ยมชมเวปไซต์
13298785  

ลมหายใจของใบไม้


 
 
 
สายหยุด..หยุดกลิ่นฟุ้งยามสาย
 
ถูกสั่งห้ามเสนอความคิดเห็นในที่สาธารณะ เหมือนถูกเด็ดปีด
แต่.. ฉันเป็นนกเสียที่ไหนเล่าก็แค่เป็ด ไม่ได้บินก็คงไม่ตาย ฉันจะเรียนรู้ชีวิตไร้ปีก
ฉันดำน้ำได้นานในวันโหวง (ไม่ใช้คำว่างเปล่าแล้วไม่อยากให้เป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบ)
ในความว่างเปล่ามีความหมายที่ต้องค้นหา แต่ตอนนี้คงยังไม่ถึงเวลา
ถึงวันนั้นฉันจะโบกโบยไปในความว่างเปล่าด้วยปีกที่สร้างด้วยจิต(สาธารณะมั้ย)

ดีใจกับเด็กๆในความรับผิดชอบ ทำคะแนนวิชาหลักได้ผ่านเกณฑ์เฉลี่ยระดับประเทศ
แม้จะเพียงเฉียดฉิวแต่ก็พอใจและภูมิใจที่สุด เป็นขวัญและกำลังใจของคนทำงาน
สอบผ่านไปได้ 1 งานแล้ว หากไม่รวมถึงการคงสภาพของศูนย์ฯ งานเครือข่ายประจำปีก็นับว่าสิ้นสุด
ที่จ่อมาติดๆแบบเผาขนเลยคือการเประเมินครูต้นแบบการใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับมอบหมายให้เข้าร่วมโครงการนี้ วันนี้ฉันเตรียมตัวพร้อมเป็นหนูตะเภา

เหมือนใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่กับงาน ชีวิตเรียบง่ายอยู่กับที่เป็นสุขดี
เมื่อไม่ไขว่คว้า เราก็ไม่ร้อนรน อะไรเล่าจะสุขเท่ากับความเย็นกายเย็นใจ
ข้างนอกเดือนมืดสนิท ใบไม้ใต้หลอดไฟนิ่งไม่กระดิก จิ้งหรีดบรรเลงเพลงเดิมเดิม
เตรียมเก็บงานจะกลับที่พัก เด็กกลุ่มใหญ่เข้ามาซ้อมรำฉันต้องรอ..ก็วันนี้เวร
นั่งลงที่เดิม เป็นอะไรไปแล้ว โรควิตกจริตเรื้อรังหรืออย่างไร
ชาวบ้านหลายคนมานั่งรอรับลูก ต้องอย่างนี้ซี ความรับผิดชอบที่สังคมแสวงหา
หากปล่อยภาระให้คุณครูประจำชั้นหรือคุณครูเวรก็หนักไปแล้ว

เหมือนเคย..ทำงานแล้วติดลม พี่สาวซ้อมรำเสร็จเมื่อไหร่ไม่รู้ จนเธอมานอนกลิ้งอยู่ข้างๆ
“ทำไมเราต้องทำงานกันหนักอย่างนี้” เธอบ่นมาให้ฉันงงเล็กๆ ตอบอัตโนมัติ
“เราก็เป็นอย่างนี้กันมาตลอด” ฉันก็เป็นอย่างนี้จริงๆ ฉันถาม “ยังไม่ชินเหรอ?
” วันหยุดเราควรได้พัก” เธอตอบ อ้าว.. ก็เนี่ยการพักของฉัน
การที่เราได้นั่งอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่พอใจ ทำงานที่เราออกแบบเอง
อยากทำคือทำ ไม่อยากทำก็ไม่ต้องทำ นี่ไม่ใช่เหรอการพักผ่อน
หรือว่าการพักผ่อนของฉันไม่เหมือนใคร
จริงด้วย เมื่อวันก่อนพี่คนหนึ่งถาม ทำแล้วได้อะไร? เขาหมายถึงเว็บไดนามิคของฉัน ..โห..เอาอะไรคิด..
ป่วยการที่จะตอบ ..ฉันยิ้ม คนข้างๆตอบแทน “ก็พอใจงัย” นับให้เป็นหนึ่งคำตอบที่ใช่

ฉันกำลังค้นหางานที่ต่อเนื่องมาเพื่อต่อยอด เลยเหมือนปิดโลกข้างนอก
เดือนที่แล้วพบบทความพิเศษของแป๊บปี้ในมติชนรายสัปดาห์
เตรียมจะเขียนเรื่องราวของเธอสักหน่อย ก็ปลื้มมาก
ในวัยสิบหกของเธอมีงานเขียนคมเฉียบขนาดนั้น ทำให้ย้อนไปมองตัวเองในวัยมัธยม
ในช่วงเวลานั้นฉันทำอะไรได้บ้างนอกจากนั่งเขียนบทกลอนเพ้อฝัน กับอ่านนิยายประโลมโลก
ไม่สนใจการบ้านการเมือง ใครจะไปใครจะมาบนเส้นทางที่เรียกกันว่าประชาธิปไตย
พอใจก็เฉย ไม่พอใจก็เฉย รู้ว่าไม่ถูกต้องก็เฉย ถูกเอาเปรียบก็เฉย ไม่ใช่หน้าที่ (อย่างนี้มั้ย)
ก็เค้าปั้นให้คนไทย” ทำอะไรตามใจคือไทยแท้” หรือ”พูดไปสองไพเบี้ยนิ่งเสียตำลึงทอง”
คนไทยถูกปลูกฝังให้หลีกเลี่ยงโอษฐภัย
คงไม่ทันเตรียมตัวไว้สำหรับระบอบโอษฐาธิปไตยในวันหนึ่งที่มาถึงเร็วจี๋


ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ..กลางฝนหนึ่งฉันขับรถให้คนจากองค์กรที่เคร่งครัดเรื่องสีนั่ง
ฉันต้องฟังเรื่องราวของคนระดับล่างตีแผ่เรื่องราวของคนข้างบนในสีเดียวกัน
สัมผัสของฉันตื้นไปหรือเปล่า ที่ต้องสะดุดคำกับบางเรื่องที่อาจไม่สะดุดใจใคร
ย้อนไปสักสามสิบปีเพื่อนคงขำกันฟันปลอมร่วง ( ก็หลายๆวันเก่าฉันปฏิเสธคนในเครื่องแบบ)

ชิพโปรแกรมสั่งสมองไม่ให้รับคนแปลกหน้า เห็นบ่อยๆที่นั่นที่นี่ในชุมชน จึงไม่นับว่าเป็นคนแปลกหน้า
แม้จะหน้าแปลกบ้างในความคิด คนอะไรใช้บริการรถโบกไม่ดูตาม้าตาเรือ ไม่ศึกษาประวัติคนขับรถ
หรือใครส่งมาเป็นสปาย เจ้ยย..ย ในรถฉันมีแต่ยาหอม ยาลม ยาอม ยาหม่อง
ในชีวิตประจำวันปกติฉันระวังตัวเสมอ เรื่องราวรอบตัว ข่าวสาร
สิ่งที่ไม่น่าเกิดไม่น่ามีไม่น่าเป็นเกิดขึ้นให้เห็น
ฉันไม่ใช่นักประวัติศาสตร์แต่ฉันให้ประวัติศาสตร์เป็นบทเรียน บางทีก็ต้องเพ่งกสิณมองอนาคตด้วย
กับเป้สองใบ และสายตาของหลายผู้คน ฉันรับคนต่างองค์กรมาด้วย

กว่าหกสิบกิโลเธอไม่เคยหยุดพูดเลย ดีจัง คุยได้ทุกเรื่องตั้งแต่เสือยันกบ(ในสระเดียวกัน)
จับความรู้สึกได้ว่า ถึงวันนี้แล้วการแบ่งสี แบ่งพื้นที่ ยังคงมีอยู่ในทุกองค์กร
ฉันไม่มีความเห็น ปลายแถวยังอย่างนี้ แล้วหัวแถวจะคืออย่างไร ฉันปล่อยให้เธอพูด
เหมือนมานั่งล้วงความคิด แต่ไม่มีวันเสียละ ก็ถูกแบนการแสดงความคิดเห็น
“ คุณอภิสิทธ์ขาดทีมงานที่ดี “ ฉันพูดได้แค่นี้ แต่จริงใจ

ในสิ่งที่พูดอาจไม่ใช่ตัวแทนของกลุ่มคนที่มาจากสีเดียวกัน แต่ก็ชัดเจนมากสำหรับหลักการและแนวคิด
คำตอบฉันมีแค่ “คนไทยคงยังต้องมองดูการพายเรือในอ่างไปอีกหลายชั่วคน”
จนกว่า..จะสิ้นชาติมั้ง ..( พูดอย่างนี้ได้ที่ไหนกันเล่า แค่คิด แต่เหมือนมันดังจัง)
กรุงศรีอยุธยาไม่สิ้นคนดี จริงหรือเปล่า? หลายคนคงตั้งคำถามอย่างนี้
ถามได้แต่ไม่มีคำตอบ เขาไม่ให้ฉันแสดงความเห็นในที่สาธารณะ


ในขณะที่องค์กรทางการศึกษาเคี่ยวเข้มขับเคลื่อนโยบายพัฒนาระบบการศึกษาและบุคลากร
สารพัดโครงการเร่งรัดเพื่อยกระดับการศึกษาไทย หนีตำแหน่งบ๊วยในเวทีที่เรียกกันว่าสากล
ใครใคร(ที่ไม่ใช่ฉัน)จะได้รับรู้กันไหมว่าบุคลากรระดับล่างเหนื่อยกันสุดสายใจแล้ว
สารพัดนโยบายที่ทับถมจนไม่มีแม้โอกาสที่จะได้เห็นว่าหลายๆองค์กรใส่เกียร์ว่างกันหมด
รู้สึกเหมือนคนกลุ่มนั้นกำลังมองฉันอย่างสมเพชเต็มที คงลืมไปว่าฉันไม่ได้เกิดมาให้ใครรังแก

คนดีศรีอยุธยาที่ยังหลงเหลืออยู่ช่วยขับเคลื่อนรัฐนาวาให้สู่ฝั่งฝันหน่อยเถอะ
อย่าให้เป็นทัวร์ฉิ่งฉาบเลย มันเสี่ยงกับโรคสายพันธุ์ใหม่ ” ไขัหวาดระแวง!.

ถ้าคนไทยทั้งหมดทั้งมวลระแวงกับการเปลี่ยนแปลงเสียแล้วจะหวังให้ก่อร่างสร้างดีกันอย่างไรเล่า
คนดีศรีสังคมไทยมีตัวตนไหม โปรดเถอะมาช่วยกันสานต่อสิ่งดีดีที่มีอยู่แล้วให้เป็นชิ้นเป็นอัน
อย่าให้เป็นแค่ "ปฏิมากรรมน้ำลาย" อย่าให้ต้องเริ่มต้นกันใหม่เลย
ใครก่อก็ช่างมาช่วยกันสานได้ไหม ฉันเกรงใจบรรพบุรุษไทยเต็มทีแล้ว  
 
 

 
 
 

 

ที่รัก

ดนุพล แก้วกาญจน์
 
นานแล้วพี่หลงพะวงมิหน่าย
นานแล้วที่หมาย จะได้ภิรมย์
นานแล้วพี่รักคอยจักชื่นชม
นาน แล้ว รักเพียงลมลม ตรมเช้า ค่ำ
ที่รักนะรักเพราะใจมิกล้า
ที่ช้านะช้า มิกล้าเผยคำ
ที่คิดนะคิด กลัวอกจะช้ำ
เอ่ย คำแล้วเจ้าจะทำให้ช้ำใจ
อย่าเหมือนน้ำค้างพราวพร่างใบพฤกษ์
พอยามดึกเหมือนดังจะดื่ม กิน ได้
พอ รุ่งสางก็จางหายไป  
รู้แน่แก่ใจ ได้แต่ ระทมชีวี
ที่รักนะรักเพราะเทพเสริมส่ง
ที่หลงนะหลง เพราะเจ้า แสนดี
ที่หวงนะหวง เพราะสวยอย่างนี้
กลัว ใครเขามาแย่งพี่ ไป เอย

อย่าเหมือนน้ำค้าง พราวพร่าง ใบพฤกษ์
พอยามดึกเหมือนดังจะดื่ม กิน ได้
พอ รุ่งสางก็จางหายไป  
รู้แน่แก่ใจ ได้แต่ ระทมชีวี
ที่รักนะรักเพราะเทพ เสริมส่ง
ที่หลงนะหลง เพราะเจ้าแสนดี
ที่หวงนะหวง เพราะสวย อย่างนี้
กลัว ใครเขามาแย่งพี่ ไป เอย...
 
 
"Life is a big canvas and you should throw all the paint you can on it."
- - D.Kaye - -

ชีวิตเหมือนภาพเขียนขนาดใหญ่และคุณควรจะใช้สีทั้งหมดที่คุณมีสร้างสรรค์มันขึ้นมา
 

 

 

 

 



หน้าที่ :: 72   73   74   75   76   77   78   79   80   81   82  


Copyright © 2012 Neric-Club.Com All Rights Reserved