Neric-Club.Com
  สารบัญเว็บไซต์
  ทรัพยากรคลับ
  พิพิธภัณฑ์หุ่นกระดาษ
  เปิดประตูสู่อาเซียน@
  พันธกิจขยายผล
  ชุมชนคนสร้างสื่อ
  ห้องภาพ/ห้องเพลง
  คลีนิคสุขภาพ
  บริหารจิต
  ห้องข่าว
   นิตยสารออนไลน์
  ภาษา-คารม-คำคม-กวี
  วรรณกรรมเพื่อเยาวชน
  ลมหายใจของใบไม้
  เรื่องสั้นวันอาทิตย์
  อังกฤษท่องเที่ยว
  รักษ์ภาษา
  อนุรักษ์ไทย
  ศิลปวัฒนธรรมไทย
  ต้นไม้ใบหญ้า
  สายลม แสงแดด
  เตือนภัย
   มุมเบ็ดเตล็ด
  เพลงหวานวันวาน
  คอมพิวเตอร์
  ความงาม
  รักคนรักโลก
  วิถีพอเพียง
  สัตว์เลี้ยง
  ถนนดนตรี
  ตามใจไปค้นฝัน
ดูผลโหวด
 
 

'องค์ความรู้ในโลกนี้มีมากมาย
เหมือนใบไม้ในป่าใหญ่
มนุษย์เราเรียนรู้ได้
แค่ใบไม้หนึ่งกำมือของตนเอง
ผู้ใดเผยแผ่ความรู้
อันเป็นวิทยาทานแก่ผู้อื่น
นั่นคือกุศลอันใหญ่ยิ่ง'
 
องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

สถิติผู้เยี่ยมชมเวปไซต์
5530973  

ข่าวประชาสัมพันธ์

 2 ขั้นจูงใจครูเสริมงานสร้างคุณธรรม

ศธ.เตรียมให้ 2 ขั้น จูงใจข้าราชการครูที่ทำงานส่งเสริมคุณธรรม ศีลธรรม ไม่เคยถูกลงโทษทางกฎหมายทางวินัย โดยให้สถานศึกษาคัดเลือกกันเอง พร้อมส่งชื่อเข้าสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ส่วน สอศ.ส่งชื่อให้ ผอ.อาชีวศึกษาจังหวัด และมหาวิทยาลัยส่งชื่อให้อธิการบดี เป็นผู้พิจารณา

นางจรวยพร ธรณินทร์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวถึงกรณีที่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) มีนโยบายที่จะสร้างระบบจูงใจให้กับข้าราชการครูที่ทำงานส่งเสริมคุณธรรม และศีลธรรมในสถานศึกษา เพื่อให้ข้าราชการครูทำงานด้วยความเข้มแข็งยิ่งขึ้น ว่า สำนักงานปลัด ศธ.จึงได้ตั้งคณะกรรมการร่วมกันระหว่าง 5 องค์กรหลัก เพื่อจัดทำหลักเกณฑ์การพิจารณาความดีความชอบกรณีพิเศษ โดยใช้แนวทางใกล้เคียงกับของสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ (ป.ป.ส.) ที่ให้ความดีความชอบ 2 ขั้นกับผู้ที่มีผลงานต่อสู้กับยาเสพติดดีเด่น

สำหรับหลักเกณฑ์การพิจารณาความดีความชอบของ ศธ.ได้กำหนดคุณสมบัติผู้ที่จะรับการพิจารณาไว้ โดยต้องเป็นข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาที่สังกัด ศธ.กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงวัฒนธรรม และสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร หรือเป็นข้าราชการครูจากทุกสังกัด ส่วนกลุ่มที่ 2 ได้แก่ ผู้บริหารการศึกษา และผู้บริหารสถานศึกษา ซึ่งเป็นผู้บริหารโครงการ กลุ่มที่ 3 คือ กลุ่มครูที่สอนวิชาเกี่ยวกับคุณธรรม และศีลธรรม ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มวิชาสังคมศึกษา และกลุ่มที่ 4 ครูผู้จัดกิจกรรมเสริมหลักสูตร โดยต้องเป็นผู้มีผลงานดีเด่น เป็นที่ยอมรับ ประพฤติตนไม่ขัดศีลธรรม ไม่เป็นที่รังเกียจ และไม่เคยถูกลงโทษทางกฎหมาย หรือถูกลงโทษทางวินัย

ปลัด ศธ.กล่าวอีกว่า สำหรับกระบวนการประเมินผลงาน เบื้องต้นจะสำรวจจำนวนครู และผู้บริหารที่ดำเนินโครงการ หรือจัดการเรียนการสอน หรือจัดกิจกรรมหลักสูตร ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) หรือมหาวิทยาลัย รวมทั้งกระทรวงอื่นๆ ที่มีข้าราชการครู เพื่อให้ได้ตัวเลขยอดรวมครูที่ปฏิบัติหน้าที่ทั้งหมด โดยจะขอตัวเลขประจำตัว 13 หลัก เพื่อใช้ตรวจสอบว่ามีตัวตน และมีผลงานดีเด่นจริง จากนั้นจะกำหนดเป็นโควตาให้ความดีความชอบร้อยละ 1 จากจำนวนครูที่มีคุณสมบัติดังกล่าว

โดยจะจัดระบบให้โรงเรียนคัดเลือกข้าราชการครูกันเองในสถานศึกษา จากนั้นส่งชื่อให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาในภาพรวมของแต่ละเขตพื้นที่ ส่วนของ สอศ.ให้ส่งรายชื่อให้ผู้อำนวยการอาชีวศึกษาจังหวัดพิจารณา ส่วนมหาวิทยาลัยให้อิสระอธิการบดีเป็นผู้พิจารณา

ทั้งนี้ จะให้ผู้ปฏิบัติงานจัดทำสมุดสะสมความดีในรูปแบบอิเลกทรอนิกส์ไฟล์ โดยมีแบบฟอร์มที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่และผู้บังคับบัญชารับรอง โดยจะใช้รอบเวลา 12 เดือน ในการพิจารณาความดีความชอบ เนื่องจากการขอความดีความชอบทั่วไปจะใช้เวลา 6 เดือน อย่างไรก็ตาม หลังจากจัดทำรายละเอียดต่างๆ เรียบร้อยแล้ว จะต้องนำเสนอต่อ ครม.เพื่อเห็นชอบโครงการต่อไป

โดยขณะนี้ได้นำเสนอรายละเอียดไว้ในเว็บไซต์ www.moe.go.th เพื่อให้ข้าราชการได้มีส่วนเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการกำหนดหลักเกณฑ์ของคนทำงานด้านคุณธรรม ศีลธรรม และขอเชิญทุกคนส่งความคิดเห็นร่วมกัน ซึ่งคาดว่าโครงการนี้จะเริ่มดำเนินการได้ในปีงบประมาณ 2552 โดยผลตอบแทนที่ให้กับกลุ่มข้าราชการครูที่ได้รับรางวัลจะขอจัดสรรเป็นงบพิเศษจากงบประมาณกลาง



ที่มา - ผู้จัดการออนไลน์ 3 มิถุนายน 2551 08:35 น.
ประกาศเมื่อวันที่ 04 มิ.ย. 2551


Copyright © 2012 Neric-Club.Com All Rights Reserved