Neric-Club.Com
  ทรัพยากรคลับ
  พิพิธภัณฑ์หุ่นกระดาษ
  เปิดประตูสู่อาเซียน@
  พันธกิจขยายผล
  ชุมชนคนสร้างสื่อ
  คลีนิคสุขภาพ
  บริหารจิต
  ห้องข่าว
  ตลาดวิชา
   นิตยสารออนไลน์
  วรรณกรรมเพื่อเยาวชน
  ลมหายใจของใบไม้
  เรื่องสั้นปันเหงา
  อังกฤษท่องเที่ยว
  ลัคณาสถิตย์ราศีเกิด
  ศิลปวัฒนธรรมไทย
  ต้นไม้ใบหญ้า
  สายลม แสงแดด
  เตือนภัย
  ห้องทดลอง
  วิถีไทยออนไลน์
   มุมเบ็ดเตล็ด
  เพลงหวานวันวาน
  คอมพิวเตอร์
  ความงาม
  ปัญญาประดิษฐ์ (AI)
  วิถีพอเพียง
  สัตว์เลี้ยง
  ถนนดนตรี
  ตามใจไปค้นฝัน
  วิถีไทยออนไลน์
  ผีเสื้อกระพือปีก"
"ในยุคทองของโจร ปลาใหญ่ไม่ทันกินปลาเล็ก ปลาเร็วไม่ทันกินปลาช้า ปลาตะกละฮุบเหยื่อโผงโผง โง่ยังเป็นเหยื่อคนฉลาด อ่อนแอเป็นเหยื่อคนเข้มแข็ง คนวิถึใหม่ต้องฉลาด แข็งแรง เสียงดัง มีเงินเป็นอาวุธ"
ดูผลโหวด
 
 

'องค์ความรู้ในโลกนี้มีมากมาย
เหมือนใบไม้ในป่าใหญ่
มนุษย์เราเรียนรู้ได้
แค่ใบไม้หนึ่งกำมือของตนเอง
ผู้ใดเผยแผ่ความรู้
อันเป็นวิทยาทานแก่ผู้อื่น
นั่นคือกุศลอันใหญ่ยิ่ง'
 
องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า











           




             

สถิติผู้เยี่ยมชมเวปไซต์
15374606  

ห้องทดลอง

น้ำส้มมัลเบอร์รี่ (Mulberry Vinegar)

น้ำส้มมัลเบอร์รี่ (Mulberry Vinegar)

น้ำส้มสายชูหมักมัลเบอร์รี่ (ลูกหม่อน) เป็นน้ำส้มสายชูหมักจากผลไม้ (Fruit Vinegar หรือ Cider Vinegar) ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากมัลเบอร์รี่เป็นผลไม้ที่มีสารอาหารและสารต้านอนุมูลอิสระสูง

วิธีทำ (การหมัก)การทำน้ำส้มสายชูหมักมัลเบอร์รี่จะคล้ายกับการทำน้ำส้มสายชูหมักผลไม้ทั่วไป โดยมี 2 ขั้นตอนหลัก:

การหมักแอลกอฮอล์ (Alcoholic Fermentation):

วัตถุดิบ: ลูกหม่อนสด (มัลเบอร์รี่) น้ำตาล และน้ำ

ขั้นตอน: นำลูกหม่อนมาทำเป็นน้ำผลไม้/น้ำคั้น (อาจมีการต้มเพื่อฆ่าเชื้อและคั้นน้ำ) ปรับความหวานด้วยน้ำตาล จากนั้นเติม ยีสต์ (ยีสต์ทำขนมปัง หรือยีสต์ไวน์) เพื่อให้ยีสต์เปลี่ยนน้ำตาลในน้ำหม่อนให้เป็น แอลกอฮอล์

ระยะเวลา: ประมาณ 1-2 สัปดาห์ โดยสังเกตฟองอากาศที่ลดลง

การหมักกรดอะซิติก (Acetic Acid Fermentation):

วัตถุดิบ: น้ำหม่อนที่มีแอลกอฮอล์ (จากขั้นตอนที่ 1) และ หัวเชื้อน้ำส้มสายชู (Mother of Vinegar หรือ น้ำส้มสายชูหมักที่ยังไม่ผ่านความร้อน)

ขั้นตอน: นำน้ำหม่อนที่มีแอลกอฮอล์มาเติมหัวเชื้อน้ำส้มสายชู (ซึ่งมีแบคทีเรียกรดอะซิติก หรือ Acetobacter)

ระยะเวลา: แบคทีเรียจะเปลี่ยนแอลกอฮอล์ให้เป็น กรดอะซิติก (Acetic Acid) ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของน้ำส้มสายชู ขั้นตอนนี้อาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิและสภาวะการหมัก

ผลลัพธ์: จะได้น้ำส้มสายชูหมักที่มีรสเปรี้ยว มีกลิ่นหอมของมัลเบอร์รี่ และอาจมีตะกอนของ "แม่น้ำส้มสายชู" (Mother) ลอยอยู่

หมายเหตุ: มีวิธีการที่ง่ายกว่าคือการ แช่ผลไม้ (Infusion) โดยการนำมัลเบอร์รี่ไปแช่ในน้ำส้มสายชูหมักสำเร็จรูป (เช่น น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิล หรือน้ำส้มสายชูขาว) เป็นเวลาหลายสัปดาห์ เพื่อให้ได้กลิ่นและสีของมัลเบอร์รี่ออกมา ซึ่งนิยมใช้สำหรับการทำน้ำส้มสายชูสำหรับปรุงรสสลัด

ประโยชน์และสรรพคุณ

น้ำส้มสายชูมัลเบอร์รี่จะคงไว้ซึ่งประโยชน์ของมัลเบอร์รี่และกรดอะซิติก ซึ่งมีคุณสมบัติหลักดังนี้:

ต้านอนุมูลอิสระสูง (Antioxidant): มัลเบอร์รี่ โดยเฉพาะพันธุ์สีเข้ม มีสาร แอนโทไซยานิน (Anthocyanins) ในปริมาณมาก ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ทรงพลัง ช่วยลดความเสื่อมของเซลล์และลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรัง (อ้างอิงจากแหล่งข้อมูล 2.1, 3.3)

ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด: งานวิจัยบางส่วนกล่าวถึงสารประกอบ DNJ (1-deoxynojirimcin) ในมัลเบอร์รี่ที่ช่วยยับยั้งเอนไซม์ในการย่อยน้ำตาล ซึ่งอาจช่วยชะลอการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำตาลในเลือดหลังมื้ออาหาร (อ้างอิงจากแหล่งข้อมูล 2.7, 3.2)

บำรุงหัวใจและหลอดเลือด: ช่วยบำรุงเลือดและอาจช่วยป้องกันการเกิดลิ่มเลือด เนื่องจากมีวิตามิน K1 และมีผลต่อการลดคอเลสเตอรอลที่ไม่ดี (LDL) 

ช่วยเรื่องระบบขับถ่าย: มีกรดอะซิติกที่ช่วยกระตุ้นการย่อยอาหาร และมัลเบอร์รี่มีเส้นใยอาหาร ซึ่งช่วยในเรื่องการขับถ่ายและบำรุงสุขภาพลำไส้

ช่วยดีท็อกซ์และปรับสมดุลร่างกาย: ตามความเชื่อทั่วไปของน้ำส้มสายชูหมัก เชื่อว่าช่วยปรับสมดุลกรด-ด่าง และช่วยกำจัดพิษในร่างกายได้

การนำไปใช้

เครื่องดื่มสุขภาพ: นำน้ำส้มสายชูหมักมัลเบอร์รี่ 1-2 ช้อนชา ผสมกับน้ำเปล่า (อุ่นหรือเย็น) น้ำผึ้งเล็กน้อย แล้วดื่มก่อนหรือหลังมื้ออาหาร

ปรุงอาหาร: ใช้ทำน้ำสลัด (Vinaigrette) หมักเนื้อ หรือเป็นส่วนผสมในซอสสำหรับอาหารประเภทเป็ดหรือหมู (อ้างอิงจากแหล่งข้อมูล 3.6)

เครื่องปรุงรส: ใช้ปรุงรสเพิ่มความเปรี้ยวในอาหารต่าง ๆ แทนน้ำส้มสายชูทั่วไป

น้ำส้มสายชูกลั่นจากผลไม้มีขั้นตอนหลัก ๆ 2 ส่วน คือ การหมัก และ การกลั่น:

การหมัก (Fermentation): เป็นขั้นตอนเริ่มต้นเพื่อให้ได้ "น้ำส้มสายชูหมัก" ก่อนนำไปกลั่น

วัตถุดิบ: ผลไม้สุก (เช่น สับปะรด กล้วย แอปเปิล) น้ำตาล และน้ำสะอาด

ขั้นตอนที่ 1: การเปลี่ยนน้ำตาลเป็นแอลกอฮอล์ (Alcoholic Fermentation): ยีสต์ (จากธรรมชาติหรือเติมเพิ่ม) จะกินน้ำตาลในผลไม้ แล้วเปลี่ยนเป็นเอทิลแอลกอฮอล์ (Ethyl Alcohol) ซึ่งใช้เวลาประมาณ 7-10 วัน หรือนานกว่านั้น

ขั้นตอนที่ 2: การเปลี่ยนแอลกอฮอล์เป็นกรดอะซิติก (Acetic Acid Fermentation): แบคทีเรียกรดอะซิติก (Acetobacter) จะเปลี่ยนแอลกอฮอล์ที่ได้ให้กลายเป็นกรดอะซิติก (Acetic Acid) ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของน้ำส้มสายชู ขั้นตอนนี้อาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน

การกลั่น (Distillation): เป็นขั้นตอนเปลี่ยนน้ำส้มสายชูหมักให้เป็น "น้ำส้มสายชูกลั่น"

นำน้ำส้มสายชูหมัก ที่ได้ไปผ่านกระบวนการกลั่น เพื่อแยกกรดอะซิติกออกมา โดยความร้อนจะทำให้น้ำส้มสายชูระเหย แล้วควบแน่นกลับมาเป็นของเหลวใสที่มีกรดอะซิติกเข้มข้นขึ้น

ปรับความเข้มข้น: นำน้ำส้มสายชูที่กลั่นได้มาปรับความเข้มข้นของกรดอะซิติกให้อยู่ในปริมาณที่กำหนด (ตามมาตรฐานของไทยคือ ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 4 แต่ไม่เกินร้อยละ 7)

ประโยชน์และคุณสมบัติ

คุณสมบัติหลัก

ความเป็นกรด: มีกรดอะซิติกเป็นส่วนประกอบหลัก มักมีความเข้มข้นระหว่าง 4-7% ทำให้มีรสเปรี้ยว

ลักษณะ: มักเป็นของเหลว ใส ไม่มีสี หรืออาจมีสีอ่อน ๆ ถ้ามีการแต่งสีด้วยน้ำตาลเคี่ยวไหม้

ประโยชน์หลักด้านสุขภาพ:

ต้านจุลชีพ: ช่วยฆ่าเชื้อโรคและแบคทีเรีย ยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์

ต้านอนุมูลอิสระ: น้ำส้มสายชูหมักก่อนกลั่นจะมีสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยลดการทำลายเซลล์ในร่างกาย (คุณสมบัติเหล่านี้อาจลดลงเมื่อผ่านการกลั่น)

ช่วยเรื่องการเผาผลาญ: มีการกล่าวถึงประโยชน์ในการช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดและคอเลสเตอรอล (แต่ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนบริโภคเพื่อรักษาโรค)

ด้านอาหาร:เป็นสารปรุงรส เพิ่มรสเปรี้ยวและกลมกล่อมในอาหาร เช่น ก๋วยเตี๋ยว ต้มยำ

ใช้ในการถนอมอาหารและหมักดอง (Pickling)ช่วยหมักเนื้อสัตว์ให้นุ่มขึ้นและลดกลิ่นคาว

การนำไปใช้

การบริโภค:ปรุงอาหาร เช่น น้ำจิ้ม น้ำสลัด

ผสมเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ (บางคนนิยมเจือจางกับน้ำผึ้งและน้ำอุ่น)

การทำความสะอาดและอื่น ๆ:ใช้เป็นน้ำยาทำความสะอาดในครัวเรือน (เช่น เช็ดคราบหินปูน)

ช่วยขจัดกลิ่นเหม็น

บำรุงเส้นผม หรือรักษาสิว (ต้องเจือจางก่อนใช้)

การยกระดับผลิตภัณฑ์: มีงานวิจัยที่มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีการผลิตน้ำส้มสายชูหมักแบบขั้นตอนเดียว เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตทางการเกษตรของไทยหลากหลายชนิด (เช่น การผลิต Cider Vinegar จากผลไม้ไทย)

คุณสมบัติทางเคมี: งานวิจัยจะศึกษาเกี่ยวกับสภาวะที่เหมาะสมในการหมักเพื่อให้ได้ปริมาณกรดอะซิติกสูงสุด รวมถึงคุณสมบัติทางเคมีและโภชนาการของน้ำส้มสายชูหมักจากวัตถุดิบต่าง ๆ (เช่น กากสาโท)

ฤทธิ์ทางชีวภาพ: มีการศึกษาฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและต้านจุลชีพในสารสกัดจากผลไม้และของเหลือทิ้ง เช่น เปลือกส้ม ซึ่งเป็นประโยชน์ในการนำไปใช้ต่อยอดในผลิตภัณฑ์อื่น ๆ (เช่น น้ำยาทำความสะอาด)



หน้าที่ :: 2   3   4   5   6   7   8   9   10   11   12  


Copyright © 2012 Neric-Club.Com All Rights Reserved