Neric-Club.Com
  สารบัญเว็บไซต์
  ทรัพยากรคลับ
  พิพิธภัณฑ์หุ่นกระดาษ
  เปิดประตูสู่อาเซียน@
  พันธกิจขยายผล
  ชุมชนคนสร้างสื่อ
  ห้องภาพ/ห้องเพลง
  คลีนิคสุขภาพ
  บริหารจิต
  ห้องข่าว
   นิตยสารออนไลน์
  วรรณกรรมเพื่อเยาวชน
  ลมหายใจของใบไม้
  เรื่องสั้นปันเหงา
  อังกฤษท่องเที่ยว
  อนุรักษ์ไทย
  ศิลปวัฒนธรรมไทย
  ต้นไม้ใบหญ้า
  สายลม แสงแดด
  เตือนภัย
  ห้องทดลอง
   มุมเบ็ดเตล็ด
  เพลงหวานวันวาน
  คอมพิวเตอร์
  ความงาม
  รักคนรักโลก
  วิถีพอเพียง
  สัตว์เลี้ยง
  ถนนดนตรี
  ตามใจไปค้นฝัน
Click!!!!!

Share your work and start earning  

 
 

'องค์ความรู้ในโลกนี้มีมากมาย
เหมือนใบไม้ในป่าใหญ่
มนุษย์เราเรียนรู้ได้
แค่ใบไม้หนึ่งกำมือของตนเอง
ผู้ใดเผยแผ่ความรู้
อันเป็นวิทยาทานแก่ผู้อื่น
นั่นคือกุศลอันใหญ่ยิ่ง'
 
องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

สถิติผู้เยี่ยมชมเวปไซต์
9941953  

เรื่องสั้นปันเหงา


:::โลกใสใส หัวใจบางบาง:::



เพราะใครบางคนเริ่มยิงมุก "เปลี่ยนเครื่องชั่งหรือยัง"
ทำให้ต้องเจียดเวลาไปออกกำลังกาย
พร้อมกับหาวิธีสารพัดเพื่อลดน้ำหนักที่ขึ้นพรวดพราด
ก็เครื่องชั่งข้าวสารมันแพง ฉันคนตระหนี่ถี่รอดตาช้าง!
อดอาหารกับฉัน คงต้องให้เป็นวิธีสุดท้าย
ก้อโธ่.. "สถานการณ์รุมเร้าที่ไม่อาจคลี่คลาย
สารพัดอาหารยั่วน้ำลายอยู่ข้างล่าง" ...
ฉันเริ่มออกกำลังง่ายด้วยการเดินเดินวิ่งวิ่ง
แต่มันแย่ตรงที่ฉันมีปัญหากับโรคประจำตัว
วิ่งแล้วกลัวกลับไม่ถึงบ้าน ขี้เกียจเสียก่อน
หวั่นว่านั่งรถกลับให้อายตัวเอง
นั่นไม่เท่าไหร่ วิ่งทีไรหมูหมาเห่ากันตลอดซอย
ไม่เคยเห็นคนหน้าตาอย่างนี้หรืออย่างไร(ฟร๊ะ)
"คนแก่แก่" บอกไม่ต้องอดอาหารให้ทานผักแทน
อึ๋ยส์..ฉันทานผักเป็นอย่างเดียว..แตงกวา..
เอาเหอะ จะพยายาม ฉันจะเลือกกินผักที่มีประโยชน์
แต่ผักครบสูตรอาหารไทยต้องมีน้ำพริกด้วย
ต้องหาน้ำพริกอีกสักหน่อย
มีน้ำพริกเจ้าอร่อยอยู่ตรงโน้น ฉันเลือกน้ำพริกกุ้ง
อือ..อาหารลดน้ำหนักของฉันมื้อแรก
ผักจิ้มน้ำพริก สูตรสำเร็จเคล็ดลับความงาม
เดินกลับผ่านร้านเครื่องย่าง หมูย่างไม่ดีมันแยะ ไม่เอา
เดินเลยไปถึงร้านปลา กินปลาดีนะเผื่อจะฉลาดขึ้น
น้ำพริกแคงกุ้ง ปลาดุกย่าง งึ๋ย..อร่อยจัง สองจาน..เขกหัวสามทีไม่เงย..
มันจะไหวเร้อ กินผักอย่างนี้สักอาทิตย์ต้องเปลี่ยนเครื่องชั่งจิง
สงสัยต้องกลับไปใช้สูตรบรรพบุรุษของใครในยุคเสื่อผืนหมอนใบ
ข้าวต้มกรวดคั่วคลุกเกลือ..
เปลี่ยนเป็นขวานต้มเกลือจะดีกว่า ได้ธาตุเหล็กด้วย
แค่คิดก็กลุ้มจัยจริง พรุ่งนี้หลบวุ่นวายไปกินกุ้งเผาอยุธยาดีกว่า
มื้อเดียวเทียวกลับสองพัน สักสามมื้อน้ำหนักลดแน่
สุดท้าย..ก็คงจะเหลือแค่ข้าวต้มสันขวานให้ชาวบ้านลือ ..
อือใครนะช่างคิด..ข้าวต้มสานขวัญ..
สานขวัญ..สันขวาน..อิหลี..

หลายวันก่อนเสนอตัวเข้ารับการพัฒนาตัวเองในกิจกรรมที่สนใจ
กลับได้รับคำสั่งสวนทางมาให้จัดทีมพัฒนาผู้อื่นในกิจกรรมเดียวกัน
ให้ฉันรับบทวิทยากรอีกแล้ว มาดฉันครือวิทยาทร (วิทยา+อาทร)
หรือวิทยาหรณ์(วิทยา+อุทาหรณ์) ล่ะเนี่ย
สงสัยจะเป็นอย่างหลัง "อย่าได้เอาเยี่ยงอย่าง"
งึ้ย ..ดูถูกตัวเองอีกหล่ะ
เอาเหอะสะสมเกียรติภูมิฝาผนังไว้ภูมิใจยามเป็นไม้ใกล้ฝั่ง
ใช่ว่าไม่รู้สึกรู้สา ลึกลึกแล้วปอดฉันก็ซ่อมบ่อยๆ เหมือนกัน ปอดแหกกก
จริงจริงแล้วฉันไม่พิศวาทการเป็นเป้านิ่งต่อหน้าสาธารณชนสักเท่าไหร่
แต่หลายปีที่ผ่านมาฉันตกกะไดพลอยโจนรับงานนี้มาตลอดอย่าง งง งง
คราวนี้หลักสูตรพิเศษทำให้ต้องกระโจนไปหารื้อค้นตำรับตำรา
ให้ความรู้คนอื่นไปหมดแล้วหนิ
ฉันกลัวจะเป็นคนตกรุ่น ไม่เคลื่อนไหว ไม่อัพเดท
กลัวที่สุดก็คือ การทำให้คนอื่นผิดหวัง
แม้หลายคนจะเชื่อว่า การหยุดอยู่กับที่ดีกว่าการก้าวถอยหลัง
แต่ฉันมั่นใจ
การก้าวไปข้างหน้า (ถึงจะเชื่องช้างุ่มง่าม )ย่อมต้องดีกว่าการยืนนิ่งนิ่งอยู่ที่เดิม
เหมือนทุกครั้ง เมื่อไหร่ต่อมต่างๆเฉพาะกิจภายนอกภายในฉันถูกกระตุ้น
ที่แห่งแรกที่นึกถึง "บ้าน" ฉันดุ่มดุ่มกลับบ้าน มุมเดิมของฉัน
ห้องสมุดของพ่อที่ไม่เคยเจื่อนวิทยายุทธ ใช่แล้ว "ห้องสมุดของพ่อ" ไม่เคยร้าง
ก็ฉันเติมอะไรอะไรเก่าใหม่ไว้ที่นั่นเสมอ วิชาหลักของฉัน "กำลังใจ"
ในทุกครั้งที่กลับไปหยุดพัก หายใจเต็มปอด แล้วฉันก็กลับมาอย่างคนเติมเต็ม
" หนทางไปสู่ชัยชนะ ผู้คนต่างพกพาความมั่นใจออกเดินทางไขว่คว้า
ระหว่างทางได้ผ่านพายุฝน ฝ่าสายลมหนาวเหน็บ
ผ่านอุปสรรคปัญหามากมาย หลายคราวล้ม หลายครั้งท้อ
แต่เมื่อได้ลุกขึ้นยืนหยัดใหม่ ต่างก็เร่งก้าวเท้าเดินกันต่อไป

" คิดไหม จากจุดเริ่มต้น ที่ผู้คนต่างพากันดุ่มเดินเผชิญโชคชะตา
กว่าจะถึงจุดสุดท้ายที่ปลายทาง สักกี่คนนะที่จะหลงเหลืออยู่ด้วยความมานะอดทน"
..หวังเสมอ ให้เธอเป็นคนหนึ่งที่ฟันฝ่าไปได้จนถึงปลายทาง



บนถนนสายเดิมแต่สวยกว่าเก่า
ฉันอยากอวดถนนเส้นที่ผ่านสายน้ำสองสี ผ่านไดรฟกอล์ฟของมนุษย์ไฟฟ้า
อาณาจักรนั้นเหมือนเจ้าของประเทศมาจับจองไว้เฉพาะกิจ
สายน้ำที่เอื่อยออดผ่านเทือกเขาเขียวขจีตกแต่งด้วยไม้ประดับงดงาม
มนุษย์ที่มองเห็นเท่ามดง่ามเดินเป็นแถวสารพัดสี
แดดอุ่นอุ่นหลังฝนกลางแล้งเหมาะให้แค้ดดี้เดินทอดน่อง
แต่ตรงนั้นกลับปรากฏรถคันเล็กเล็กอำนวยความสะดวก
อยากจอดรถซึมซับบรรยากาศนั้นไว้นานเท่านาน
เส้นทางคดโค้งวันนี้ไม้โปร่งใบอ่อนสว่างไปทั้งป่า
ถ้าน้ำมันลดราคาลงสักครึ่ง ฉันจะใช้เส้นทางนี้สลายต่อมเซ็ง
เหยียบให้มันไปเลยกับถนนว่างว่าง กับเส้นทางลงเขาร้อยโค้ง
มีกี่คนที่จะได้มีโอกาสเห็นต้นพุดแสงจันทร์เหลืองอร่ามกลางป่า
สายตาอะไรจะยาวปานนั้น ไม่รู้ว่าถูกใครหลอกมาว่าชื่อสุพรรณิการ์
จนกระทั่งมาเห็นดอกในไดคุณเคนเมื่อวันก่อน
ฉันจำได้ดีเพราะชอบกลิ่นหอมอ่อนๆยามเย็น
บนเส้นทางที่ฉันวิ่ง มีร่มใหญ่ใบหนาที่ให้สงสัยว่าชื่ออะไรอยู่นานโข
ฉันขับรถกลับจากธุระไม่รีบร้อนจนเข้าชุมชน เจอพวกมือใหม่เกะกะ
อยากถอยยาวไปนั่งเล่นที่ที่จากมา
ขับช้าๆอย่างนั้นแล้วจะซื้อทำไมกับรถซีซีสูง
เครื่อง 5600 X 2 ขับมันสัก20 ละมังวัยรุ่นเซงเรย
แซงซ้ายปาดหน้าไม่กระชั้นชิดเท่าไหร่แต่รู้ว่าพวกกันฉุน
ช่วยไม่ได้ รถฉันซีต่ำแต่อัตราเร่งสูง
แซงแล้วดันมาติดไฟแดงสี่แยกตันตัน
เห็นแล้วว่าตามมาจ่อท้ายติดๆ ไปได้ก็ไปสิยะ
ไฟเขียว..รถดันเครื่องดับ..ก็วิ่งมาเร็วๆร้อน..ก็เบาดับล่ะซี
ว่าจะไปเช็คเซ็นเซอร์ท่อไอเสียอยู่เหมือนกัน
เชอะได้ที..กดแตรไล่..งี้ก็สวยซี..มองผ่านกระจกหลัง
ถ้าเป็นชายหนุ่มรูบหล่อละก้อ จะเปิดไฟฉุกเฉินเปิดกระโปรงหน้าให้รอซะให้เข็ด !
เห็นเงาเงาเป็นคนแก่ เอาเหอะหยวน แต่เอ้ะ ทำไมมีอีกแขนโอบอยู่รอบคอด้วย
อย่าให้รู้นะว่าเป็นมือที่สามนัวเนียมาโดนแตรอ่ะ
จะเลาะกระจกด้วยหนังกะติ๊กให้ช่างภาพกดชัตเตอร์ทำ DVD
You know me a little go.
คุณ รู้จัก ช้าน น้อย ไป !!!



เมื่อสังเกตว่ารถเริ่มสั่นที่ความเร็ว 140 (ก็ปกติ 180 ยังนิ่ง)
เลยคิดว่าต้องได้เวลาเปลี่ยนยาง โทรถามราคายาง
หลายปีก่อน เรเดียลสี่เส้น ไม่เกิน 8,000 บาท
ปีนี้..ปีที่ใครประกาศว่าประเทศไทยจะไม่มีคนยากจน
ยางรถฉันคันเดิม ล้อเดียว สี่พัน เอ่อ..เปลี่ยนล้อเดียวได้ก็จะดี
น้ำมันเต็มถัง พันกว่าบาทแล้ว แม่เจ้า ..
บางที..ฉันจะลงทุนซื้อรองเท้าดีดีสักคู่ เพื่อเดินไปทำงาน
รองเท้าใส่สบายๆ หน้าเท้ากว้างๆ ส้นนุ่มๆ สีสันถูกใจ สามพัน..โอ้กกก..
มองเห็นดาวเต็มฟ้า จินตนาการเป็นดาวเทียม
ดาวเทียม รองเท้าฟองน้ำชั้นดี....เซงจิต..สติแตกเลย..
ชวนพี่สาวไปกดเงิน ไม่มีที่จอดรถ
เห้อ " น้ำมันแพง ป้ายแดงเต็มถนน" คนจนท่าจะไม่มีแล้วจริง
ส่งพี่สาวลงหน้าธนาคาร ตัวเองไปหาที่จอดรถ
กลับมาอีกทีพี่สาวไม่รู้ไปทางไหนแล้ว ดูท่าจะสวนกัน
ไม่ชอบขึ้นธนาคารเลยถอนเงินจากตู้ กำลังกดรหัส
เด็กน้อยแต่งกายสะอาดแต่หน้าตามอมแมมเดินเข้ามา
"พี่ขอตังค์มั่ง" ตกกะจัย ไม่รู้มางัย ออกปากบอก
"เข้ามาอย่างนี้ระวังตำรวจจับนะ"
แกพยักหน้าแล้วเดินออกไปเกาะประตู
แต่ปากยังบอก "ขอตังค์หนูมั่ง"
เงินไหลออกมาพอดี "พี่ไม่มีตังค์ย่อยเลย"
หน้าจ๋อยๆนั่นน่าสงสาร กำลังตัดใจจาก (ก็ถูกสอนให้ระวังตัว)
แกเดินตามต้อย มาที่รถ ฉันลังเลที่จะเปิดประตูรถ "หนูไม่มีตังค์"
ดูรอบๆแล้วว่ามาคนเดียวแน่เลยเปิดประตูรถหนีร้อน
"หนูขอพระได้ไหม พระหนูไม่มีเลย" อ้าวแร๊ว..
มีพระในกล่องที่ได้จากงานศพเมื่อต้นเดือนวางอยู่ที่เก็บแว่นล่อตาอยู่
เลยยื่นส่งให้พร้อมเศษเงินอีกเล็กน้อยกับบอก "ทำตัวดีดีนะ อย่าลักเล็กขโมยน้อย "
แกพยักหน้ารับคำ ยกมือไหว้ แล้ววิ่งจากไปอย่างดีใจ รู้สึกสุขใจเล็กๆ
พี่สาวเดินกลับมาถึง บอก "ไปหาซื้อถุงใส่พระมาให้ เห็นวางเกะกะในรถ"
ยื่นถุงเงินเล็กเล็กส่งให้ มีอะไรหนักหนักด้วย ฉันสะดุ้ง
กลัวจัง กลัวจะเปิดเจอพระองค์ที่เพิ่งให้เด็กน้อยคนตะกี้
กลัวจัง กลัวจะถูกเด็กหลอกอีกแล้ว
เสียงพี่สาวบอก "ตะกี้มีเด็กคนนึงมาขอเงิน พี่ไม่ให้ กลัวจะเพาะนิสัยไม่ดี
แกก็ล้วงเอาพระมาขอแลกตังค์บอกไม่มีข้าวกิน
เลยบูชามาร้อยนึง เอาเก็บไว้ติดรถละกัน ทำบุญ"
อะจ๊วย..แม่นเป็นจับวางเลยนะ ซื้อหวยถูกมั่งอย่างนี้ก็จะดี
พูดไปงั้นแหล่ะ จริงจริงแล้วไม่เคยฝากชีวิตไว้กับการเสี่ยงดวง
ฉันพอใจกับการเสาะแสวงหาสินทรัพย์ด้วยตัวเอง



ได้ส่วนแบ่งเป็นโฉนดตราจองในพื้นที่พอปลูกบ้านได้สักหลัง
แต่ไม่รู้เลยว่าอยู่ตรงไหน เป็นที่จัดสรรของพ่อกับเพื่อนร่วมอาชีพตั้งแต่วัยหนุ่ม
รู้แต่ว่าที่ดินข้างเคียงเปลี่ยนเจ้าของไปหมดแล้ว
วันหนึ่งได้รับจดหมายจากสำนักงานที่ดินให้ไปเป็นพยานการรังวัด
ฉันไปรอตั้งแต่เช้าเพราะอยากรู้เหมือนกันว่าอยู่ตรงไหน
ล็อคที่เท่าไหร่ สภาพเป็นไงอะโห..ดงปรือกลางที่ชุมชนเลย ทำเลทอง..
แต่ดูแล้วทำสระเลี้ยงปลาให้หมดเรื่องไปเลยจะดีกว่า
ที่ไกล้เคียงน่ารักมากมากันครบหมด เพราะทุกคนต่างก็ไม่รู้ตำแหน่งที่ของตัวเอง
แอบเห็นเจ้าพนักงานเกาหัวอย่างไม่รู้ทิศทางลม
วันนั้นผ่านไปด้วยดี ..เกือบวันแหล่ะ..ดีจัง..ไหนไหนก็โดดงานแล้ว โดดมันให้เต็มวัน..
สัปดาห์ต่อมาเป็นฉันบ้าง..ก็ฉันอยากมีโฉนดที่เป็นชื่อของฉันเองมั่ง..เท่ห์ดี
แม้จะยังไม่รู้ว่าจะทำสระเลี้ยงปลาหรือขยายทุ่งหญ้าให้วัวดี..
วันนัดฉันไปก่อนช่างรังวัด ก็เห่อนิ..รออยู่สองชั่วโมง
ช่างเพิ่งมา..เปลี่ยนคนใหม่.หลงทาง..เวงเรยย
ขี้บ่นอีกตังหาก ทำท่าเหมือนนางสาวไทยถูกบังคับให้ขี่ควาย
กว่าจะวัดได้ครบสี่จุด ฉันไม่อยากได้แล้ว..ถ้าไม่นึกถึงว่านั่นเป็นสมบัติที่พ่อทิ้งไว้ให้
(ไม่แน่นาถ้าภาคีกันได้สักห้าหกแปลงเราอาจร่วมกันสร้างคอนโดกลางเมือง)
โอ่ยย..รวยจัง..นี่แค่คิดนะเนี่ย..
ตอนแรกก็ยืนดูช่างกับลูกน้องอยู่ใต้ร่มไม้..หนักเข้าลงไปลุยเองในดงปรือ
ช่างวัยกวนใช้ไม้ตีไปตามกอหญ้า ไล่งูเขียวแก้วตัวยาวเฟื้อยสีสวยให้ตื่น
ฉันไม่ทันกลัวเพราะยังอยู่ไกล เดินไปคุยไปเพลิน นึกได้อีกทีตะโกนถาม.
"งูมันไปทางไหน"
"ไปทางพี่แหล่ะ"
ฉันก้มมองปลายเท้าที่มีอะไรไหวไหวแล้วสะดุ้งตัวแข็งทื่อ
"จริงด้วย! มันอยู่ปลายเท้าเนี่ย"
เสียงที่รอดไปอัตโนมัติแผดฝ่าเปลวแดดเปรี้ยง
"อยู่เฉยเฉยมันไม่ทำอะไรหรอก"
อั้ยน้องคนนั้นเอาหินโยนมาอย่างหวังดี
ฉันยืนตัวแข็งทื่อ ไม่มีเสียงแล้ว
ตาแว่บไปเห็นตัวไม่มีขาสีเขียวแก้วเลื้อยพันกอปรือไกลออกไป
ที่ปลายเท้าฉันน่ะเหรอ .. เถาวัลย์จ้ะ.. เสียฟอร์มจริงวุ้ย..
อังคารที่ผ่านมา มีโอกาสไปเป็นพยานให้อีกราย
ก้อคนหน้าเดิมเดิมแหล่ะ ต่างคนต่างก็เพิ่งลืมตาตื่น..
คราวนี้ฉันไปสายบ้างเพราะงานติดพัน เจ้าพนักงานเปลี่ยนอีกแล้ว..
คนนี้เหรอ..หืมม์..ถ้าได้รู้ว่าหล่ออย่างนี้ฉันจะมาแต่เช้าเลย..
เอ..สงสัยวัดที่คราวก่อน..ที่ของฉันจะไม่ได้ตามแปลน
สงสัยจะต้องวัดใหม่..แค่คิดน่ะ แต่มันดังไปหน่อย..
ความจริงแค่เซ็นชื่อยอมรับเสร็จฉันก็กลับได้เลย
แต่ออฟโลดสีขาวคันที่จอดสะดุดตานั่นน่ะ เกะกะชะมัด
ฉันถอยได้ซะที่ไหนกัน เคยแต่เดินหน้าอย่างเดียวเรยยย
คิดดังอีกละ "รถใครจอดจิ๊กโก๋ เกียร์ว่างเปล่า จะเสยออกไปพร้อมกัน"
หน้าคมคมของคนที่ยืนกอดอกอยู่ตรงนั้นตะแคงมา90องศา
อวดขนตายาวกับฟันขาวขาวเต็มเรียวปากบาง (วึ่ย..ย)
"จะกักไว้ให้อยู่ด้วยกันตรงนี้แหล่ะ" อ่า..อั้ยงูตัวนั้นหายไปไหนหว่า..
แหม๋..ถ้าวันนั้นเป็นคนนี้ละก้อ..ฉันจะกระโดดกอดคอเลย..
ดูซิ..จะทำหน้ายังไง...กิ้ว..กิ้ว..



หน้าที่ :: 7   8   9   10   11   12  


Copyright © 2012 Neric-Club.Com All Rights Reserved