Neric-Club.Com
  สารบัญเว็บไซต์
  ทรัพยากรคลับ
  พิพิธภัณฑ์หุ่นกระดาษ
  เปิดประตูสู่อาเซียน@
  พันธกิจขยายผล
  ชุมชนคนสร้างสื่อ
  ห้องภาพ/ห้องเพลง
  คลีนิคสุขภาพ
  บริหารจิต
  ห้องข่าว
   นิตยสารออนไลน์
  วรรณกรรมเพื่อเยาวชน
  ลมหายใจของใบไม้
  เรื่องสั้นปันเหงา
  อังกฤษท่องเที่ยว
  อนุรักษ์ไทย
  ศิลปวัฒนธรรมไทย
  ต้นไม้ใบหญ้า
  สายลม แสงแดด
  เตือนภัย
  ห้องทดลอง
   มุมเบ็ดเตล็ด
  เพลงหวานวันวาน
  คอมพิวเตอร์
  ความงาม
  รักคนรักโลก
  วิถีพอเพียง
  สัตว์เลี้ยง
  ถนนดนตรี
  ตามใจไปค้นฝัน
Click!!!!!

Share your work and start earning  

 
 

'องค์ความรู้ในโลกนี้มีมากมาย
เหมือนใบไม้ในป่าใหญ่
มนุษย์เราเรียนรู้ได้
แค่ใบไม้หนึ่งกำมือของตนเอง
ผู้ใดเผยแผ่ความรู้
อันเป็นวิทยาทานแก่ผู้อื่น
นั่นคือกุศลอันใหญ่ยิ่ง'
 
องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

สถิติผู้เยี่ยมชมเวปไซต์
9942042  

เรื่องสั้นปันเหงา

 
โทรทั่วไทย..หัวใจติดปีก..
 
 
 
* How gentle is the rain,
that falls softly on the meadow.
Birds high up on the trees,
serenade the clouds
with their melodies.*
Repeat *
Oh!
See there beyond the hill,
the bright colors of the rainbow.
Some magic from above.
Made this day for us, just to fall in love.
You'll hold me in your arms,
and say once again you'll love me.
And that your love is true,
everything will be just as wonderful.
Now, I belong to you,
from this day until forever.
Just love me tenderly
and I'll give to you
every part of me.
Oh!
Don't ever make me cry,
through long lonely nights without us.
Be always true to me,
keep this day in your heart eternally.
You hold me in your arms,
and say once again you love me.
And that your love is true,
everything will be just as wonderful.
 
    เสียงส่ายลมราวปีกนกกระจอกฝูงใหญ่ผ่านไปข้างหน้าแล้วเงียบลงอย่างรวดเร็ว แต้วมองตามแล้วอดอิจฉาเล็กๆไม่ได้ ช่างมีความสุขจังพลังกลุ่มน้อยในเมืองใหญ่ กลุ่มเสือสัญจรนั่นเอง นี่คงกลับจากไปจัดแข่งมาราธอนการกุศลจากข้างบนสันเขื่อนซินะ แต้วคิดบริเวณนี้เคยเงียบสงบแต้วออกมาขี่จักรยานออกกำลังอย่างนี้ทุกวัน เพราะอากาศดี ไม่มีคนพลุกพล่าน พรรณไม้ที่ได้รับการเอาใจใส่อย่างดีเยี่ยมแข่งกันบานรับตะวัน แต้วชื่นชมในใจ.และไม่เคยคิดเบื่อเลยมันเหมือนกับเป็นมุมส่วนตัวของแต้วไปแล้ว ดูเถอะ..   สองข้างทางที่แต้วเลาะลัดซอกแซกมาแตกต่างที่วันนี้มีหยดน้ำค้างยอดหญ้ากระทบแสงแดดอ่อนหลังฝนตก ส่องประกายเหมือนใครมาโรยเพชรไว้ต้อนรับ ชงโคเป็นแถวเป็นแนวกำลังสะพรั่งดอก ดอนญ่าสารพัดสีแข่งกันชูช่อ บ้างก็สลัดขั้วคว้างให้กลีบบางลงมาประดับดิน นกกระจิบตัวจ้อยปากยาวซอกซอนหาอาหารเป็นของฝากสักอีกหลายๆชีวิตที่รอคอย กระแตตัวเล็กไต่ขึ้นลงจามจุรีท่าทางรีบเร่งเหมือนต้องหาเหยื่อให้ทันก่อนพลบค่ำ กางเขนดงส่งเสียงเจื้อยแจ้วปลายกิ่งไทรทอง ขมิ้นเกาะกิ่งทองหลางด่างอย่างเหงาๆ ค่ำนี้จะนอนไหน คงบินมาไกลซินะ สู้ๆนะ ชีวิตยังอีกยาวไกล บนเส้นทางและกาลเวลายังมีเรื่องรื่นรมย์อีกมากมาย ..สุขของใครก็ของใคร มันมีหลักเกณฑ์ตายตัวซะที่ไหน...แต้วไม่เคยหวังให้ชีวิตโรยด้วยกลีบกุหลาบ..แค่ไม่มีขวากหนามก็พอใจแล้ว   เออ ไม่ใช่ซิ เแค่ฝ่าฟันอุปสรรคได้ก็ดีกว่า สุดยอดสุข ชีวิตสุขเกินไปมันเหนือธรรมชาติ แต้วละเลียดเฟืองเสือเหลืองไปช้าๆ ไม่รีบร้อน ความเคลื่อนไหวนี่ต่างหากทำให้สมองปรอดเปรื่อง เร่ืองราวต่างๆพรั่งพรู แต้วได้โปรเจ็คใหม่ๆมากมายกับเส้นทางและกาลเวลา
       lover's concerto ข้างๆหูเข้ากับบรรยากาศที่แสนจะสดใสชวนให้คิดถึง everything will be just as wonderful  อ้อยอิ่งนำพาจินตนาการโบยบินแสนไกลจบลง แต้วปล่อยมือข้างขวาล้วงลงหยิบโทรศัพท์จะรีเพลย์โดยไม่ทันระวังตัว จักรยานคันเล็กแกว่งตามแรงไหวออกไปนอกเส้นทางจังหวะเดียวกับอะไรสักอย่างที่ตามมาข้างหลังโผล่โค้งมาปะทะแต้วเต็มแรงจนแต้วเสียหลักร่วงตกไหล่ทางลงไป ขณะเดียวกับที่อะไรสักอย่างที่ตามมาข้างหลังก้อถลาเลยโค้งลงมาสงบนิ่งอยู่ไม่ห่างกัน ความรู้สึกตอนนั้นรู้สึกตกใจเสียใจที่เป็นต้นเหตุให้อีกฝ่ายพลอยมาเจ็บด้วยแต้วรีบลุก จะเข้าไปช่วย แต่กลับถลาก้นกระแทกลงไปอีกครั้ง จนมือใหญ่แข็งแรงนั่นมาถึงพยุงแต้วลุกขึ้น
“เป็นไงบ้าง ขอโทษไม่ทันเห็น มันเพิ่งออกมาจากโค้ง”
เขาขอโทษแต้ว!! ทั้งที่แต้วผิด แต่ตอนนั้นยังพูดอะไรไม่ออกมันตกใจ รู้ตัวว่าถูกกึ่งลากกึ่งพยุงขึ้นมาบนไหล่ถนน
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้งตรงไหนไม่รู้ สมคงจะไปแอ้งแม้งอยู่ในซุ้มอะไรสักอย่างข้างล่างนั่น
“เดี๋ยวลงไปเอาให้ ดูซิว่าเจ็บตรงไหนหรือเปล่า”
เสียงนั่นห้วนๆไม่มีคำลงท้ายแต่ลากเสียงอ่อนโยน แต้วนั่งลงไปบนพื้นหญ้าตรงนั้นแหล่ะ มีโอกาสลอบสำรวจคนล่ำสันที่กำลังสาละวนกับการลากจักรยานทั้งสองคันขึ้นมาจากดงสาบเสือข้างล่าง เดาได้ว่าเขาคงอยู่ในกลุ่มเสือสัญจรที่ปราดผ่านไปสักครู่ล่วงหน้านั่นเอง นี่คงจะมัวชมธรรมชาติ หรือไม่ก้อแวะที่ไหนสักแห่งละมัง
กางเกงขาสั้น เสื้อยืดทะมัดทะแมงนั้นมีเศษหญ้าที่เพิ่งตัดใหม่ติดเปื้อนไปหมดแม้แต่บนหมวกรัดคางนั่น เมื่อเงยหน้าขึ้นมารอยยิ้มของแก้วคงจะฟ้อง เขาเองก้อคงจะเพิ่งสังเกตเห็นอาการเดียวกันของแก้วเสียงหัวเราะเบาๆจึงดังขึ้นดังขึ้นพร้อมกับเสียงปัดกางเกงพลางบ่น
“เรามอมแมมเหมือนกันเลย”
พร้อมกับเฉไฉสำรวจความเรียบร้อยของเจ้าเสือภูเขาทั้งสองคันที่พร้อมใจกันเล่นกายกรรม
” ไม่เป็นไรนะทั้งรถทั้งคน”
แก้วไม่คิดว่าเขาจะต้องการคำตอบจึงเพียงแต่ยิ้มรับ นึกไม่ถึงว่าจะถูกดุกลับเสียได้
” เจ็บตรงไหนหรือเปล่า? หมวกก้อไม่ใส่ รู้ไหมว่าคุณน่ะกลิ้งลงไปหัวเกือบฟาดเสาไฟฟ้า”
เขาชี้เสาไฟฟ้าแรงสูงข้างทาง
” เนี่ยถ้าเสาไฟฟ้าเกิดหักผมต้องรับผิดชอบ”
ไปโน๊นนเลยแต้วคิด
“ก้อขี่ใกล้ๆนี่เอง”
แต้วแย้งเสียงอ่อย ยกมือสางเศษหญ้าออกจากเส้นผมยาวสลวยที่เจ้าของภูมิใจนักหนา
”ใกล้ไกลก้อต้องใส่ ใช้รถถูกกฏช่วยลดอุบัติเหตุน่าจะได้ยินบ่อยๆ ”
แต้วไม่อยากเถียงจะเดินเลี่ยงมาจับรถแต่ขาเจ้ากรรมมันเกิดอาการอะไร
สะดุดหรืออะไรสักอย่างทำให้ถลาแบบหัวปักไปข้างหน้า มือคู่เดิมคว้าเอาไว้ทัน
” เอ้า ใจคอจะโค่นเสาไฟฟ้าจริงๆหรอ”
แต้วอายจนทำอะไรไม่ถูกกับมือแกร่งอบอุ่นที่คว้าข้อมือแต้วไว้แน่นอย่างตกใจเช่นกัน
” เป็นอะไร เจ็บตรงไหน ” ก้มลงไปสำรวจข้อเท้าแต้วอีกต่างหาก!!
“ผมก้อรีบด้วยซี ป่านนี้พรรคพวกคงรอ”
เขาบอกสถานที่พักให้ในตัวจังหวัดซึ่งต้องใช้เวลาอีกไม่ต่ำกว่าชั่วโมง
“เปล่า เดี๋ยวผมพับใส๋ท้ายรถยนตร์ไปน่ะ”
คำตอบที่แต้วไม่ทันถาม เขาคงเดาจากหน้างงงงของแต้วมั้ง
” ขี่ออกไปไหวไหม คุณหน้าซีดจัง! รถผมจอดอยู่ที่แค้มป์ข้างนอกนี่เอง ยกรถใส่ท้ายเดี๋ยวผมไปส่งที่บ้านแล้วกันนะ”!!
แววตาสีน้ำตาลนิ่งๆรอยยิ้มนั้นอ่อนโยนจนแก้วไม่อยากปฏิเสธ แต่แก้วก้อปฎิเสธไปแล้วอ่ะ..
ด้วยเหตุผลสั้นๆที่แต้วบอกเขา ..
“มีคณะรอคุณอยู่ ที่พักต้องเข้าไปข้างในเสียเวลาย้อนไปย้อนมา”
เขาไม่ว่าไรแต่ประกายตาวิบวับแลเลยไปนั่นทำให้แต้วรู้สึกเสียใจเหมือนได้ทำร้ายใครอีกแล้ว รวมทั้งตัวเองด้วยมั๊ง..
เขาส่งโทรศัพท์ที่เก็บไว้คืนให้แต้ว แล้วขี่รถตามกันมา ถึงจะไม่ได้คุยอะไรกันเลย แต่แต้วก้อรู้สึกอิ่มใจลึกๆ ในท่าทีที่เขาเอาใจใส่ ไม่ปล่อยไว้ให้อ้างว้างตามลำพัง เจ้าออฟโลดสีขาวใต้ต้นหางนกยูงร่มหนาระบัดดอกแดงฉานฉายนั่นต่างหากที่เหมือนจะพรากเอาความรู้สึกดีดีของแต้วที่เพิ่งจะเริ่มต้นให้จากไป
“หวังว่าคงได้พบกันอีก”
เขาพึมพำเบาเบาฟังเหมือนมาจากที่แสนไกลลิบๆก่อนแต้วจะจากมา
 
แต้วไม่คาดว่ามันจะเป็นไปได้ แม้ว่า..จะแอบบอกกับตัวเองอย่างนั้นเหมือนกัน.
 
แทบจะทันทีทันใดที่แต้วขี่รถลงเนินมาถึงที่โล่งแจ้ง เสียงมือถือก้อรัวเร้าในเพลงเดิมที่นานแสนนานไม่ได้ยิน
หยิบขึ้นมากดรับแล้วจึงสังเกตว่า นั่นมันไม่ใช่โทรศัพท์ของแต้วสักหน่อย
ตายละวา..นายหน้าเข้มนั่นหยิบโทรศัพท์ผิดไปอ่ะ แล้วทำไม๊ ทำไม จะต้องมาใช้แบรนด์เดียวกันเปี๊ยบเลย
ในขณะที่ลังเลว่าจะขานรับดีหรือไม่ เสียงทางโน้นก้อเจื้อยแจ้วเข้ามา
” ฮัลโหล รับสายแล้วใช่ไหม..อยู่ไหนคะเนี่ย..กดแล้วทำไมไม่ยอมรับ ท่านผบ.มาถึงแล้ว ถามหาผู้การหลายครั้งแล้วค่ะ นู๋กดมาหลายครั้งแล้ว ให้ฝากข้อความตลอดเลย..งานเลี้ยงจะเริ่มแล้ว ..ฮัลโหลคะ.ฮัลโหล”
ห๋า..นายตาสีเหล็กคนที่นั่งซ่อมเฟืองโซ่กะขาตั้งรถแต้วนั่นเป็นพู่กัน เอ้ย ..ผู้การอ่ะ…ตกใจปิดเครื่องเลย..!!
..โอยตายแล้ว..แล้วมือถือของแต้วป่านนี้มันสบายดีหรือป่าวหว่า ยิ่งคุ้มดีคุ้มร้ายอยู่ แล้วแถวนี้อ่ะนะ สัญญานก้อไม่ค่อยมี ต้องวิ่งหาคลื่นอยู่เป็นอาชีพ โอ้ยกลุ้มใจ..
… เออแล้วเจ้าตัวรู้ยังอ่ะว่าเอาเครื่องผิดไป แต้วว้าวุ่น
โทร.เข้าไปดีไหมนะ…เออไม่มีเบอร์..ว้า..
อ้าว..ก้อมันเบอร์ของเรานี่หว่า..เครื่องเราเบอร์เรา จริงด้วย..
แต่ทำไมเค้าไม่โทรเข้ามือถือของเค้าล่ะ แต้วคิดวนไปวนมา
อือ..อาจยังไม่มีโอกาสรู้เพราะ เครื่องนั้นนานๆทีจะมีใครสักคนโทรเข้า
แล้ว..ถ้าเผื่อเค้าวุ่นวายอยู่กับงานเลี้ยงแล้วก้อกลับไปเลยว่าไงอ่ะ..โอ้ย ย ย..ทำไมต้องเจอเหตุการณ์อย่างนี้(ฟร๊ะะ!)
..แต้วตัดสินใจโทรเข้ามือถือตัวเอง..เงียบ..บ..เงียบเลย..เจ๊งไปแล้วมั้ง!! อ๋อยยย..ไม่ได้ชาร์จแบตเตอรี่ไว้อ่ะ..วั้ดธ่อ..
ทำไงล่ะที่นี้..เวงกำของแต้วจิงๆ..ชีวิตหนอ..ต้องแขวนเวลาให้กับการรอคอยอีกจนได้ซีน่า.
…ไม่เป็นไร แต้วเอื้อเฟื้อชาร์จแบตเตอรี่ให้ก้อแล้วกันนะ..นายผู้การเข้มเอ๋ย ..
เสียงเจ้าโทรศัพท์คู่กรณีนั่นดังขึ้นอีกครั้งตอนหัวค่ำ ต้องใช่นายพู่กันตาสีเหล็กแน่เลย แต้วรีบกดรับทันที
“..ฮัลโหลคะ..” ทักทายไปก่อนอย่างไม่ลังเลเลย ดีใจสุดสุด..แต่..ชะอุ๋ยส์..
“..นั่นใครจ๊ะ..นี่แม่นะ..บอกกฤตมารับสายแม่หน่อย. ” เสียงปรานีนั้นเย็นๆมาตามสาย
” เทอไม่ได้อยู่ตรงนี้อ่ะค่ะ” อ่อยๆไปอย่างไม่รู้จะจัดการกับตัวเองยังไงดี
แต้วอยากแปลงตัวเป็นแมลงสาบ มืดป่านนั้นแต้วจะอยู่กับชายแปลกหน้าได้ยังไงล่า
” อ้อ..รบกวนส่งมือถือให้เธอหน่อยได้ไหมจ๊ะ.”
.” เอ่อ.คือ..ไม่ทราบว่าอยู่ไน๋อ่ะค่ะ” ตอบไปแล้วอยากกัดลิ้นตัวเองนัก
” อ้าว อย่างนั้นรึ นายกฤตนี่เหลวไหลจังปล่อยให้น้องอยู่คนเดียวได้ บอกว่าแม่โทรเข้ามา โทรกลับด้วย ขอบใจจ้ะ อ้อ..แล้ววันหลังก้อพากันมาพบแม่หน่อยนะ.”
แต้วอยากจะโกรธ แต่เมื่อนึกถึงเหตุผลแล้ว จริงด้วยอ่ะ แต้วไม่ได้คุ้นเคยกับเขาถึงกับต้องรับสายแทน
เสียงของแต้วคงไม่คุ้นเคยสำหรับคุณแม่ของเขา แล้วเขาก้อคงไม่เคยทิ้งโทรศัพท์ไว้กับใครนั่นเอง..
คนแก่ก้อเงี้ยะ..ไม่แก่มั่งให้รู้ไป.. เฮ้อ..รู้สึกแข้งขามันออกอาการเคล็ดขัดยอกขึ้นมากระทันหันเลย
..ต่อไปไม่รับสายคนอื่นอีกแล้วเจ้าค่าาา..
 
..ดึกแล้วแต้วยังข่มตาให้หลับไม่ได้เลย ข้างนอกฟ้าสวยนักดาวเต็มฟ้า..แต่แต้วไม่มีจินตนาการหรอกนะ เพียงแต่เห็นลูกกะตาวิบวับสีน้ำตาลเข้มของใครบางคน ที่มองมาตอนที่ถามเสียงอ่อนว่า “เป็นอะไรหรือเปล่า” เท่านั้นเอง เฮ้อ..
..สัญญานโทรศัพท์แทรกความเงียบกลางดึก…หยุดเสียงเรไรรอบข้างให้เงียบสงัด. เอางัยดีหว่า ..นึกถึงเสียงเย็นๆของสุภาพสตรีเมื่อตอนหัวค่ำแล้ว แต้วกดรับผิ่วปากส่งไปเลย..เดี๋ยวจะบอกว่าเก็บโทรศัพท์ได้ เอิ๊กส์ เอิ๊กส์.
“วิ๊ด..วิ๊วววววว..” แต่..
“รับสายอย่างนี้เสมอรึ”
โอ้ย ย ขนแขนลุกเลย..ถึงอย่างไรเขาก้อโทรเข้ามาแล้วจนได้
“คุณแตว แต่ว แต้ว แต๊ว แต๋ว” นี่คงจะเห็นตัวอักษรบนหน้าจออ่ะดิเนี่ย ย แต้วใช้ ~TAEW~
“แต้วค่ะ”
“ครับผม นึกว่าเอาโทรศัพท์ผมขว้างทิ้งไปแล้ว”
“ใครเขาจะทำอย่างคุณคิด” เสียงแต้วคงจะฟ้องว่าหมั่นไส้สุดๆ
เสียงที่ได้ยินกลับมาจึงเป็นเสียงหัวเราะอย่างไม่ปิดบังอะไรสักอย่างเลย
“สบายดีอยู่ไหม เจ็บตรงไหน เป็นไข้หรือเปล่า”
“ไม่เป็นไรค่ะ คุณเองก้อไม่เป็นไรใช่ไหม”
“ขอบคุณจัง ที่เป็นห่วง นึกว่าจะไม่ถามซะอีก”
จริงด้วย..แต้วไม่ได้ถามเค้าเลยสักคำ ก้อ..ตัวโตเป็นตึก..
“ก้อเห็นแล้ว ว่าไม่เป็นอะไร..” เอาใจไปซะหน่อย..ย
” แล้ว..เห็นใจด้วยหรือเปล่า…” น๊านนน.แต้วรู้สึกคันใจยิบๆ คันปาก แต่พูดไม่ออกอ่าน๊าาาา..
“เนี่ยเพิ่งไปซื้อแบตเตอรี่เปลี่ยนให้ใหม่ ใช้ของปลอมอยู่ได้ ดีนะไม่ระเบิดไปซะก่อนที่จะพบกับผมน่ะ”
…น๊านนนนน…คิดได้ไงเนี่ยย!!
“คุณแม่ให้.. เอ่อ..คุณแม่คุณโทรเข้าให้โทรกลับค่ะ”
“ขอบคุณครับ ได้คุยกับคุณแม่แล้วเหรอ เร็วดีจัง”
ฟังเข้าสิ.จะไม่ให้แต้วร้อนไปทั้งหน้าได้ยังไง ก้อใจมันล่วงหน้าไปก่อนแล้ว..
เอ่อ..แต้วคนเก่งเป็นเอ๋อไปชั่วขณะลมหายใจมันสะดุดกับอะไรไม่รู้อ่ะ..
“ยังไม่นอนเหรอ คืนนี้ฟ้าสวยนะ ดาวเต็มฟ้าเลย แต่ไม่สวยเท่าดวงตาของคุณ”
” พรุ่งนี้พบกันนะ.เอ๊..จะรอไหวมั้ยเนี่ยย…”
อ่ะจ๊ากส์ แล้วคืนนี้ แต้วจะข่มตาหลับได้งัยอ่ะ..
ใครบางคนกล่าวไว้ว่า เมื่อมีจุดเริ่มต้น ก้อต้องมีจุดจบ
แต่แต้วก้อพอใจที่ได้เริ่มต้นแล้วในวันนี้ ไม่ว่าวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร
คงจะเหมือนที่ใครใครพากันกล่าวว่า ในความรักมีแสงสว่างให้อบอุ่นเสมอนั่นละมัง..

 
 
"Nothing in life is to be feared. It is only to be understood."
- - Madame Curie - -
ไม่มีสิ่งใดๆในชีวิตที่น่ากลัว มีแต่สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจ

เผยแพร่ครั้งแรกที่มนต์รักดอทเน็ทซึ่งปิดไปแล้ว
สาระแนดอทคอมเก็บต้นฉบับนี้ไว้ค้นพบด้วยความขอบคุณยิ่ง


เรื่องสั้นที่ผ่านมา 



หน้าที่ :: 1   2   3   4   5   6   7   8   9   10   11   12  


Copyright © 2012 Neric-Club.Com All Rights Reserved