Neric-Club.Com
  สารบัญเว็บไซต์
  ทรัพยากรคลับ
  พิพิธภัณฑ์หุ่นกระดาษ
  เปิดประตูสู่อาเซียน@
  พันธกิจขยายผล
  ชุมชนคนสร้างสื่อ
  ห้องภาพ/ห้องเพลง
  คลีนิคสุขภาพ
  บริหารจิต
  ห้องข่าว
  ตลาดวิชา
   นิตยสารออนไลน์
  วรรณกรรมเพื่อเยาวชน
  ลมหายใจของใบไม้
  เรื่องสั้นปันเหงา
  อังกฤษท่องเที่ยว
  อนุรักษ์ไทย
  ศิลปวัฒนธรรมไทย
  ต้นไม้ใบหญ้า
  สายลม แสงแดด
  เตือนภัย
  ห้องทดลอง
  วิถีไทยออนไลน์
   มุมเบ็ดเตล็ด
  เพลงหวานวันวาน
  คอมพิวเตอร์
  ความงาม
  รักคนรักโลก
  วิถีพอเพียง
  สัตว์เลี้ยง
  ถนนดนตรี
  ตามใจไปค้นฝัน
  วิถีไทยออนไลน์
 
  Test
 
 

'องค์ความรู้ในโลกนี้มีมากมาย
เหมือนใบไม้ในป่าใหญ่
มนุษย์เราเรียนรู้ได้
แค่ใบไม้หนึ่งกำมือของตนเอง
ผู้ใดเผยแผ่ความรู้
อันเป็นวิทยาทานแก่ผู้อื่น
นั่นคือกุศลอันใหญ่ยิ่ง'
 
องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

สวนขวัญตะวันหวาน



สถิติผู้เยี่ยมชมเวปไซต์
13602946  

บริหารจิต

เด็กไม่มีศาสนา ฤๅจะเป็นทางออกยุค...หมดศรัทธา

 

หากจะขึ้นต้นด้วยคำว่า "ศาสนา" ในช่วงที่กระแสการผลักดันให้ "พระพุทธศาสนา" ต้องปรากฏอยู่ในรัฐธรรมนูญ ยังคงเป็นประเด็น "ร้อนแรง" ไม่น้อยหน้าประเด็นข่าวอื่น ทั้งฝ่าย "หนุน", "ค้าน" หรือ "กลาง" คงเริ่มขมวดคิ้วกันบ้าง

...

ขณะที่ฝ่าย "อนุรักษ์" ทั้งผลักทั้งดันปลุกกระแสให้ทุกคนหันเข้าหาศาสนา แต่อีกมุมหนึ่งของ "วัยรุ่น" กลับมีแง่มุมแง่คิดที่แตกต่าง (แต่ไม่แตกแยก) ที่น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว

เยาวชนกลุ่มนี้ ขอเรียกตัวเองกันว่า "เด็กไม่มีศาสนา"

ตูน สาววัย 23 ปี พนักงานฝ่ายข้อมูลบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ที่ยอมรับว่า ตัวเองไม่มีศาสนา

"เวลากรอกเอกสารต่างๆ ตูนก็ยังใส่ว่าเราศาสนาพุทธอยู่นะ เพราะคิดว่า ถ้าใส่ว่าเราไม่มีศาสนา เดี๋ยวเรื่องยุ่งวุ่นวายมีคำถามมากมายเข้ามาอีก จริงๆ ตอนเด็กก็ยังนับถือศาสนาพุทธ เข้าวัดก็ทำบุญ ทำสังฆทาน กับแม่กับครอบครัว แต่พอเริ่มเข้าสู่ ม.ปลาย ตูนเริ่มรู้สึกว่าจะนับถือไปทำไม"

ครั้นถามถึงสาเหตุ เธอตอบว่า ถ้าจะพูดว่าไม่ได้นับถือเลย ก็อาจจะไม่ถูกนัก เพียงแต่ว่า เธอไม่สามารถทุ่มเทให้กับศาสนาใดศาสนาหนึ่งได้ เพราะไม่รู้สึกเกิดความศรัทธาในศาสนาใดเป็นพิเศษ

"พูดแบบนี้อาจเหมือนกับว่าตูนบอยคอตหรือแอนตี้ แต่ยืนยันว่าไม่ใช่คนแบบนั้น ตูนไม่เชื่อเรื่องบุญ บาป กรรม คือไม่เชื่อว่า เราไปทำบุญแล้วเราจะได้บุญ ตูนเลือกทำทานมากกว่า เพราะมันเห็นผลชัดเจน เห็นเป็นรูปธรรมว่าเขาได้เอาเงินไปใช้จริงๆ หรือถ้าสมมุติว่าตูนไปฆ่าคน ตูนก็ไม่ถือว่าการฆ่าคนมันบาป แต่ตูนต้องเข้าคุก ได้รับบทลงโทษตามกฎหมาย ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันมีหลักเหตุผลอยู่แล้ว"

คนทั่วไปใช้ศาสนาเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ แต่สำหรับสาวตูนคนนี้ เธอบอกว่า เมื่อมีปัญหาเธอไม่ไหว้พระ ไม่สวดอ้อนวอนพระเจ้า แต่เธอเลือกที่จะปรึกษาจิตแพทย์ ปรึกษาเพื่อน หรือพี่ หรือคนที่คิดว่าจะให้คำตอบได้ และบางครั้งเธอก็ใช้วิธีการอ่านหนังสือ

"มีเหมือนกันค่ะ ที่ตูนรู้สึกว่าเราดวงตก เจอแต่ปัญหา หรือเรื่องแย่ๆ แต่พอย้อนกลับไปมองปัญหา เช่น ล้มบ่อย ถูกรถเฉี่ยว นั่นก็เพราะว่าเราประมาทเอง ไม่มองทาง ไม่ระวังรถ หรือง่วง ไม่ใช่มีใครมาผลัก"

ตูนยังบอกปิดท้ายให้คิดด้วยว่า จริงๆ แล้ว ทุกศาสนาดีแตกต่างกันไป เวลาที่เข้าวัดเธอรู้สึกได้ถึงความร่มเย็น ขณะที่เมื่อเธอก้าวเข้าไปในโบสถ์เธอก็สัมผัสได้ถึงความอบอุ่น

"แล้วทำไมตูนต้องเลือกด้วยว่า จะรับความอบอุ่น หรือร่มเย็น"

อีกคน หนุ่มน้อยวัย 22 ปี "เบิร์ด" นักศึกษาจากคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยของรัฐแห่งหนึ่ง ที่เปิดอกคุยว่า "ผมไม่มีศาสนาครับ"

เบิร์ดขยายความต่อถึงที่มาที่ไปและความคิดที่ทำให้เขาอยู่ในกลุ่มนี้ว่า ในโลกนี้มีศาสนาหลายศาสนา รวมถึงลัทธิต่างๆ ถ้าเรานับถือศาสนาใดศาสนาหนึ่ง นั่นหมายความว่า ศาสนาที่เหลือไม่ดีหรืออย่างไร

นั่นจึงทำให้เบิร์ดคิดว่า ศาสนาก็เป็นเพียงวัฒนธรรมหนึ่ง เป็นเพียงหลักปรัชญาในการดำเนินชีวิต ที่ช่วยให้คนเราสามารถดำรงอยู่ภายใต้ความถูกต้องของสังคม

"ผมเข้าได้ทุกศาสนานะ ไม่ได้แอนตี้ศาสนา อะไรที่เขาบอกว่าดีงาม ก็ทำได้หมด เพราะจริงๆ แล้วเราไม่มีทางรู้หรอกว่า สิ่งที่ศาสนาแต่ละศาสนาบอก เรื่องไหนจริง เรื่องไหนหลอก และหากมองลึกๆ ศาสนาเหมือนกันหมด เช่น เรื่องทำบุญ บริจาค พุทธก็มี คริสต์ก็มี อิสลามก็มี ก็บริจาคเหมือนกัน เพราะฉะนั้นจะเลือกนับถืออย่างใดอย่างหนึ่งได้ไปทำไม แต่ผมไม่เชื่อเรื่องบุญบาปนะ เพราะไม่คิดว่าทำอะไรแล้วจะได้ผลตอบแทนกลับมา"

รับรู้อีกด้านหนึ่ง ทำให้นึกย้อนได้ว่า "ปรัชญากลาง" ของคนมีทั้ง "สังกัด" และไม่มี คือ "จะดีหรือชั่ว อยู่ที่ตัวเราเอง"


ข้อมูล : มติชน วันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2550


หน้าที่ :: 15   16   17   18   19   20   21   22   23   24   25  


Copyright © 2012 Neric-Club.Com All Rights Reserved