Neric-Club.Com
  สารบัญเว็บไซต์
  ทรัพยากรคลับ
  พิพิธภัณฑ์หุ่นกระดาษ
  เปิดประตูสู่อาเซียน@
  พันธกิจขยายผล
  ชุมชนคนสร้างสื่อ
  ห้องภาพ/ห้องเพลง
  คลีนิคสุขภาพ
  บริหารจิต
  ห้องข่าว
  ตลาดวิชา
   นิตยสารออนไลน์
  วรรณกรรมเพื่อเยาวชน
  ลมหายใจของใบไม้
  เรื่องสั้นปันเหงา
  อังกฤษท่องเที่ยว
  อนุรักษ์ไทย
  ศิลปวัฒนธรรมไทย
  ต้นไม้ใบหญ้า
  สายลม แสงแดด
  เตือนภัย
  ห้องทดลอง
  วิถีไทยออนไลน์
   มุมเบ็ดเตล็ด
  เพลงหวานวันวาน
  คอมพิวเตอร์
  ความงาม
  รักคนรักโลก
  วิถีพอเพียง
  สัตว์เลี้ยง
  ถนนดนตรี
  ตามใจไปค้นฝัน
  วิถีไทยออนไลน์
 
  Test
 
 

'องค์ความรู้ในโลกนี้มีมากมาย
เหมือนใบไม้ในป่าใหญ่
มนุษย์เราเรียนรู้ได้
แค่ใบไม้หนึ่งกำมือของตนเอง
ผู้ใดเผยแผ่ความรู้
อันเป็นวิทยาทานแก่ผู้อื่น
นั่นคือกุศลอันใหญ่ยิ่ง'
 
องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

สวนขวัญตะวันหวาน



สถิติผู้เยี่ยมชมเวปไซต์
13377394  

ลมหายใจของใบไม้


ฤา..ประวัติศาสตร์มีไว้ให้ซ้ำรอย
 
ปีนี้โครงการต่างๆของ ERIC ถูกเร่งรัดให้สิ้นสุดภายในเดือนกรกฏาคม
งานของฉันเลยต่อเนื่อง ออกนอกพื้นที่ยาวนาน กลับมาเจองานสาธิตการเรียนการสอน
และการประเมินเพื่อคงสภาพสถานที่ทำงานน่าอยู่ ห้องทำงานของฉันพร้อมโชว์ได้เสมอ
แต่ที่เข้ามาเจอนักศึกษาเตรียมพร้อมสังเกตการสอนนี่ทำเอาอึ้ง
จำเพาะเจาะจงมาเป็นฉันที่เพิ่งกะเร่อกะร่ากลับจากการอบรมและพาคุณครูไปทัศนศึกษา
 
ไม่ใช่ครั้งแรกที่ต้องเป็นครูพี่เลี้ยง ฉันสาธิตการสอนบ่อยๆ แต่ไม่ใช่อย่างไม่ทันตั้งตัว!
ก็คุณหลานเธอมานั่งจ้องเอาๆ แล้วก็เขียนๆๆๆๆ อย่างนี้ก็เขินแย่เลยสิเล่า
แต่ไม่เป็นไร ฉันทำได้ ฉันเลือกทำในสิ่งที่ดีที่สุดได้ทุกสถานการณ์
ขอให้นำเอาสิ่งดีดีไปใช้ให้เกิดประโยชน์นะคะ
 
พร้อมกับถือโอกาสให้ทดลองสอนตามสไตล์ตัวเองเสียเลย
ขอบใจกับคำถาม ”คุณครูทำได้อย่างไรคะ สอนติดกันวันละหลายชั่วโมง ไม่ซ้ำชั้น”
นี่แหล่ะค่ะธรรมชาติของการสอนภาษาอังกฤษในประเทศไทยล่ะ
วันหนึ่งคุณหลานก็จะประสบด้วยตัวเอง แล้วอย่าลืมเตรียมทางเลือกใหม่ที่ดีกว่าไว้ด้วย
อย่าลืมเอาปัญหาที่พบไปนำเสนอพร้อมให้ข้อเสนอแนะนะคะ
เพราะการเสนอปัญหาอย่างเดียวไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น จริงมั้ย?
 
เช้าวันเสาร์ที่ 25  ฉันตั้งใจจะขึ้นเหนือเพื่อเยือนเจ้าชายในเวิ้งฟ้าที่คิดถึงเหลือเกิน
ถัดจากนี้ไปก็คงหาโอกาสยากแล้ว หลายงานเริ่มเคี่ยวข้นรวมถึงการสอบประเมินความพร้อมครูผู้สอน
ไข้หวัดใหม่ สายพันธ์ใหญ่ประชิดตัว หนาวๆร้อนๆ (ลาเปื่อยสักปีดีมั้ยเนื่องด้วยต่อมฝ่อสอบแตก)
อย่างที่รู้ๆ การสอบกับฉันเป็นไม้เบื่อไม้เมาอมตะนิรันดร์กาล
 
ดิ่งกลับบ้านเพื่อรับรู้ว่าไม่มีใครว่างไปด้วยสักคน อยากบินเดี่ยว แต่เหนื่อยจัง
กอปรกับถูกหลายคนแซวอย่างมีหลักการ (ก็การแซวเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์)
ฉันไม่ควรขับรถตามลำพังไกลๆ ฉันไม่ชอบทำให้คนอื่นเดือดร้อน
เลยทำท่าอ่านหนังสือเตรียมสอบสักหน่อย แล้วก็จบที่นอนหลับกลิ้งสบายใจในมุมที่เคยเป็นเจ้าของ
อ่านไปก็เท่านั้น เรื่องของภาษาเป็นทักษะ เข้าใจคำว่าแน่นปึ้กก็ตอนนี้ มันซึมซับไม่ได้แล้วนิ!

สายๆรู้สึกร้อนรุ่มกระวนกระวาย อยู่นิ่งไม่เป็น ฉันขับรถกลับที่พัก
ยังอีกหลายชั่วโมงกว่าจะมืด คิดถึงไม้กระถางใหม่ที่เพิ่งลงดินที่ทำงาน เลยแวะไปดู
วันเสาร์อย่างนี้ยังมีนักเรียนมาทำงาน ผู้ปกครองมานอนรอรับอีกต่างหาก
ไม่ได้นึกถึงว่าจะมีเหตุการณ์อย่างที่เป็นข่าวโครมคราม
เพราะจะไม่มีเหตุการณ์อย่างนั้นในองค์กรของเราแน่นอน
แต่ก็อดคิดไม่ได้ ความรับผิดขอบของคุณครูใหญ่หลวง จนเหมือนจะไม่จำกัดอาณาเขต

แวะไปถามไถ่แล้วบอกเด็กๆผู้หญิงกลุ่มนั้นว่าทำงานเสร็จแล้วอย่าเถลไถล
เพราะออกนอกสายตาของฉันไปแล้ว ไม่รู้จะเป็นอย่างไร
วิตกจริตมาเยือน ไม่อยากให้มาทำงานกันตามลำพังเลย
แต่จะหาทางออกอย่างไรเล่า ฉันต้องทำอย่างไร?
เด็กในความรับผิดชอบของฉันต้องปลอดภัยเสมอ
ในคำว่า"ถ้า.." หนักเกินกว่าจะรับไว้ได้แล้ว

วันอาทิตย์ที่ 26 เป็นหน้าที่ของฉันดูแลความเรียบร้อย ฉันเข้าที่ทำงานแต่เช้าเหมือนเคย
วันนั้นโรงเรียนเงียบสงัด รู้สึกใจคอไม่ปกติ แรงสังหรณ์ฉันรุนแรงอย่างนี้เสมอ
เดินดูรอบบริเวณ ไม่ลืมแม้สระน้ำหลังโรงเรียน จุดนั้นเป็นจุดที่ระวังมากที่สุด
พลาดไปหน่อยก็สูญเสีย ไม่มีใครอยากให้มีการสูญเสียไม่ว่าสาเหตุใดใด

แม้ว่าอยู่ในห้องทำงาน ฉันก็สามารถมองเห็นได้เกือบทุกมุมมองของเขตรับผิดชอบ
แต่ฉันก็อุตส่าห์เลือกนั่งอ่านหนังสือ ขีดเขียนตามเรื่องที่ม้าหินอ่อนหน้าอาคารเรียน
ช่วงนี้ชาวบ้านร้านถิ่นจะไปลงแรงกันปลูกข้าว ไม่มีประชาชีขวักไขว่เหมือนเคย
เขตรอบรั้วสีเหลี่ยมกว้างๆของฉันสงัดผู้คน
ไม่มีแม้แต่จักรยานของเด็กนักเรียนที่เคยแวะเวียนโฉบมาดูคุณครูเฝ้าเวร
นกสารพัดชนิดบนไทรทองร่มครึ้มเงียบสงบ
มันเงียบไปหมดแม้แต่แสงแดดที่เคยจัดจ้าของยามเที่ยง
 
วันนั้นเหมือนฝนอ้อยอิ่งรอคอยบอกลาฟ้า ทั้งที่เพิ่งจะต้นฝน
เสียงอังกะลุงบนห้องดนตรีเงียบกริบ ก็เมื่อวานยังได้ยิน  ..วันอาทิตย์สินะ..
หรือให้วันอาทิตย์เป็นวันหยุดโลก หรือใครหยุดโลก
อำนาจใดกันเล่าที่หยุดโลกไว้ชั่วขณะ เพื่อเปิดรับใครสักคน?
 
หลังเที่ยงวันเล็กน้อยเสียงโทรศัพท์แทรกความเงียบ
"เด็กตกน้ำ ไปดูหน่อย ยังงมไม่เจออีกคน"
ฉันใจหายวาบทะลึ่งพรวดลากคุณครูที่นั่งทำงานอยู่อีกฟากอาคารไปด้วย
อย่างไม่ต้องถามรายละเอียด ดิ่งไปที่เกิดเหตุ ภาวนาอย่าให้ใครเป็นอะไรไปเลย
ใจหวิวหวิวเหมือนอากาศจะหมด ผู้คนต่างแย่งกันหายใจหรืออย่างไร
สวนกับรถกู้ภัยเปิดไฟกระพริบวาบวับ ใจฉันลงไปกองกับตาตุ่ม กลับรถ รู้แล้ว หมดหวัง
รู้สึกมือเท้าเย็น ไม่ใช่สิ .. มันเย็นเยือกจับใจ ..
ขับรถเหม่อลอยเลยทางเข้าต้องได้ไปยูเทิร์น
ตามไปถึงโรงพยาบาล ฉันไม่กล้าแม้แต่จะสบตาผู้คน เหมือนฉันเป็นจำเลยคดีอุกฉกรรจ์
 
น้ำตากลบสองตา เสียงแม่เด็กโหยหวน "ลุกต้องไม่ตาย ลูกยังไม่ตาย"
ใจฉันจะขาด เข่าอ่อนจะกองลงไปเสียตรงนั้นเหมือนเพลงอังกะลุงยังแว่ว
"ทวยเทพครองป่า ครองเขา
ลูกยังอ่อนยังเยาว์โปรดเฝ้าถนอมดูแล"

ฉันปล่อยให้ซาตานกระทำการอุกอาจใช่ไหม ในวันหยุดโลก
ฉันร่วมมือกับซาตานพรากเอาวิญญานของเด็กดีไปจากอกแม่

แม่คนที่รักลูกถนอมราวไข่ในหิน
ไม่ยอมแม้แต่จะให้ลูกรักเดินทางมาโรงเรียนด้วยตัวเอง กลัวอุบัติเหตุจะพรากพลัด
 
ฉันรู้ว่าเธอต้องนั่งรถโดยสารมาโรงเรียนทั้งทั้งที่โรงเรียนอยู่ฟากตรงข้ามเพียงช่วงยูเทิร์น
แม่คนที่ส่งลูกจากอ้อมอกมาให้รั้วโรงเรียนของฉันรับผิดชอบ ทั้งที่โรงเรียนของเธอก็อยู่ในพื้นที่เดียวกัน
แม่คนที่เตรียมพร้อมการศึกษาให้ลูกอย่างดี ทุกสัปดาห์เธอต้องไปเรียนเพิ่มเติม
แม่คนที่บอก "เดี๋ยว" จะส่งลูกไปเรียนว่ายน้ำ

คำว่า"เดี๋ยว"นานเกินไปเสียแล้ว เด็กดีของฉันว่ายน้ำไม่เป็น
แล้วยังอุตส่าห์เอาใจคุณครู ในทุกต้นชั่วโมง OMS ของฉัน
เธอบอก I like to swim.I can swim.My hobby is swimming.
เธอพยายามสอนเพื่อนให้พูดนั่น แค่อยากเอาใจฉันใช่มั้ย
เธอเอาใจฉัน ทั้งๆที่เธอว่ายน้ำไม่เป็น เธอพยายามช่วยฉัน
เวลานั้นคำ "Swinging' เข้ามาระบาดตามสื่อ
เธอพยายามช่วยฉันแก้สถานการณ์ในชั้นเรียน

ก้อบปี้เป็นเด็กดี ไม่เคยสักครั้งที่จะสร้างปัญหาให้พ่อแม่ ครูบาอาจารย์ 
ในชั่วโมงภาษาอังกฤษของฉันเธออยู่แนวหน้า ทั้งที่แม่บอกลูกไม่ชอบพูด
เด็กดีของฉัน หากวันนั้นเธอมากรายผ่านฉันสักหน่อยฉันคงทัดทานเธอไว้
แต่นี่พากันหลบเร้นไปเส้นทางอื่น ทำไมไม่มาแวะชวนฉันด้วยเล่า ?
เนื้อตัวเย็นเฉียบที่ฉันสัมผัส ปากสีม่วง เธอแช่อยู่ในน้ำนานเกินไป
เธอหยุดหายใจนานเกินไปในอ่างเก็บน้ำท้ายหมู่บ้านตามคำชวนของเพื่อน

ฉันไม่กล้าขึ้นไปสบตาเธอในวันสวดแรก เธอมองเห็นฉันใช่ไหม?
ฉันนั่งอยู่เชิงบันไดภายใต้ร่างที่นอนสงบนิ่ง มองดูบริเวณที่เธอเคยวิ่งเล่น
อยากให้เป็นฉันที่ดำดิ่งลงไปใต้น้ำเย็นเฉียบนั้นด้วยกัน
เพื่อฉันจะได้ผลักดันให้เธอขึ้นมา พ้นน้ำทันเวลา

ยากเกินกว่าที่จะทำใจ ในชั่วโมงแรกที่เข้าเรียนแล้วไม่มีเธอ
สมาชิกในกลุ่มหายไป คนที่เหลือนั่งตาแป๋วแหว๋วคือเพื่อนร่วมทีมเล่นน้ำด้วยกัน
ฉันรู้สึกเสียใจ เป็นความเจ็บปวด ฉันร่วมมือกับซาตานใช่ไหม
แม้จะไม่ใช่สระน้ำในรั้วความรับผิดชอบ ซึ่งเธอจะไม่มีวันทำอย่างนั้น
แต่ในวินาทีมรณะนั้น ฉันนั่งอยู่ห่างจากเธอแค่หนึ่งลมหายใจ
แต่ตีค่าเท่ากับหนึ่งชีวิต หนึ่งชีวิตของเด็กดีที่ไม่เคยสร้างปัญหาเลย

วันรุ่งขึ้นในเวลาเดียวกับที่เธอทิ้งไปโดยไม่ร่ำลา
ฉันเข้าไปดูที่ที่เธอทิ้งร่าง อยากให้เห็นกับตา เห็นตุงส่งเธอสู่สรวงสวรรค์
ฉันได้เห็นและรู้ว่าอ่างน้ำใต้เงาไม้ร่มรื่นนั้นมีเสน่ห์เย้ายวนนัก
เรือลอยลำข้างตลิ่งเหมือนเทียบท่ารออยู่
ใบพายเรือที่วางไว้ราวกับใครที่กวักมือเรียก
น้ำนิ่งๆสีเขียวใสดูสงบเรียบเย็น นกเป็ดน้ำฝูงใหญ่เพิ่งบินจาก

อ่างเก็บน้ำแห่งนี้กลืนกินชีวิตผู้คนไปหลายชีวิตแล้ว
แต่ยังไม่พบว่ามีมาตรการรักษาความปลอดภัยแต่อย่างใด
น้ำนิ่งใสภายใต้เป็นโคลนเลนเก็บกักไว้ใช้ในชุมชนหลายหมู่บ้าน
สวยงามสงบ ร่มรื่น ช่างเยือกเย็นจริงหนอ จะรออีกกี่ชีวิตให้สังเวยกันเล่า
 
เคยชื่นชมกับโครงการร่วมต่างๆขององค์กรท้องถิ่นหลายๆโครงการ
จับตาดูพัฒนาการของระบบดูแลท้องถิ่น เห็นการทำงานขันแข็งของผู้รับผิดชอบพื้นที่
ให้มุมมรณะมุมนี้เป็นข้อสังเกตสำหรับโครงการรักไทยรักถิ่นอีกสักหนึ่งแผนพัฒนาได้ไหม
ฤา..ประวัติศาสตร์จะมีไว้ให้ซ้ำรอย?
 
 
 
 
 
เครดิตภาพ : พุด 
 
 

 
 
Even a Step back can be fatal."
- - W.Brudzinski - -
แม้แต่การก้าวถอยหลังก็อาจถึงแก่ชีวิตได้




หน้าที่ :: 71   72   73   74   75   76   77   78   79   80   81  


Copyright © 2012 Neric-Club.Com All Rights Reserved