Neric-Club.Com
  สารบัญเว็บไซต์
  ทรัพยากรคลับ
  พิพิธภัณฑ์หุ่นกระดาษ
  เปิดประตูสู่อาเซียน@
  พันธกิจขยายผล
  ชุมชนคนสร้างสื่อ
  ห้องภาพ/ห้องเพลง
  คลีนิคสุขภาพ
  บริหารจิต
  ห้องข่าว
  ตลาดวิชา
   นิตยสารออนไลน์
  วรรณกรรมเพื่อเยาวชน
  ลมหายใจของใบไม้
  เรื่องสั้นปันเหงา
  อังกฤษท่องเที่ยว
  อนุรักษ์ไทย
  ศิลปวัฒนธรรมไทย
  ต้นไม้ใบหญ้า
  สายลม แสงแดด
  เตือนภัย
  ห้องทดลอง
  วิถีไทยออนไลน์
   มุมเบ็ดเตล็ด
  เพลงหวานวันวาน
  คอมพิวเตอร์
  ความงาม
  รักคนรักโลก
  วิถีพอเพียง
  สัตว์เลี้ยง
  ถนนดนตรี
  ตามใจไปค้นฝัน
  วิถีไทยออนไลน์
 
  Test
 
 

'องค์ความรู้ในโลกนี้มีมากมาย
เหมือนใบไม้ในป่าใหญ่
มนุษย์เราเรียนรู้ได้
แค่ใบไม้หนึ่งกำมือของตนเอง
ผู้ใดเผยแผ่ความรู้
อันเป็นวิทยาทานแก่ผู้อื่น
นั่นคือกุศลอันใหญ่ยิ่ง'
 
องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

สวนขวัญตะวันหวาน



สถิติผู้เยี่ยมชมเวปไซต์
13377556  

ลมหายใจของใบไม้

อันเป็นรักนิรันดร
ความรักเป็นสิ่งสวยงาม ..
อาจจะสมหวัง ผิดหวัง มีรอยยิ้ม มีเสียงหัวเราะ และบางครั้งอาจมีน้ำตา
ความรักในปัจจุบัน ควรเก็บรักษาเอาไว้ให้เรายิ้มได้เมื่อคิดถึงมัน
ความรักที่ผ่านมาเก็บมันไว้เป็นประสบการณ์
ความรักที่ต้องเสียน้ำตาเก็บเอาไว้เป็นบทเรียน
และความรักในอนาคต เราต้องการให้เป็นอย่างไหนออกแบบได้คงดีที่สุด..
ฉันกำลังจะออกแบบความรัก..

ในมุมมองที่ต่างกัน การรักใครสักคนไม่ใช่เรื่องผิด
เรารักเขา เราคิดถึงเขา เขาอาจจะรักใคร หรือคิดถึงใครอยู่ก็ได้ที่ไม่ใช่เรา
และในทางกลับกัน อาจมีใครที่คิดถึงเรา และรักเราอยู่ แต่เรากลับไม่สนใจเขาเลยก็ได้
ความรัก..ไม่จำเป็นจะต้องได้ครอบครอง ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นเจ้าของ
อย่าหวังอะไรจากความรัก เพราะถ้าเรารู้จักความรักจริง ๆ แล้ว ความรักจะสอนให้เราเป็นผู้ให้ ไม่ใช่ผู้รับ
มันอาจจะต้องทุกข์บ้าง แต่อย่างไหนจะทุกข์กว่ากัน?
กับการที่ต้องหลบตาเขาเพื่อที่จะตัดใจ หรือว่าได้สบตาและรักเขา

จงขอบคุณที่อย่างน้อยเราก็ได้ให้ความรักกับเขาไป
และจงขอบคุณที่อย่างน้อยครั้งหนึ่งเราก็ได้เรียนรู้ความรัก
อย่าปล่อยให้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเราหลุดลอยไป รับรู้ความรู้สึกของอีกฝ่ายด้วยใจ
จะทำให้เรารู้ว่าเราโชคดีแค่ไหนแล้วที่ได้รู้จักความรัก
อย่าปล่อยให้ใครคนใดคนหนึ่งมีน้ำตา ทั้ง ๆ ที่อีกคนหนึ่งกำลังดีใจ
อย่าปล่อยให้ใครอีกคนหนึ่งยิ้ม ทั้ง ๆ ที่อีกคนหนึ่งกำลังร้องไห้
อย่าปล่อยให้ใครคนใดคนหนึ่งพูด ทั้ง ๆ ที่อีกคนหนึ่งไม่ต้องการฟัง
ความรักต้องมาจากความรู้สึกของคนสองคน อย่าให้ใครคนใดคนหนึ่งหยิบยื่น
แต่อีกคนหนึ่งไม่ต้องการ........

"ความรักเป็นเพียงสายใยบาง ๆ ที่มันถูกหล่อหลอมขึ้นจากความรู้สึกต่าง ๆ
ทั้งความอาทร ห่วงใย ห่วงหา คิดถึง.......... ความอดทนจะทำให้อุปสรรคต่าง ๆ ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี
ความไว้ใจจะทำให้ความรักของเราแข็งแกร่ง ความซื่อสัตย์จะทำให้ความรักของเรามั่นคง
ความเสมอต้นเสมอปลายจะทำให้ความรักสวยงาม และสุดท้ายความรักก็จะก่อตัวขึ้นเป็นความผูกพัน
สิ่งเหล่านี้จะทำให้สายใยบาง ๆ ของความรัก กลายเป็นเชือกเส้นหนาที่ผูกคนสองคนไว้ด้วยกัน

เมื่อได้เจอความรักที่ดีแล้ว จงทำให้เขารู้สึกว่าเขาไม่ได้อยู่คนเดียว
อย่าปล่อยให้เขาโดดเดี่ยว อย่าปล่อยให้เขาเดียวดาย
คิดถึงสิ่งดี ๆ ที่เราเคยมีกัน อย่าลืมวันแรก ๆ ที่เรารู้สึกกับคน ๆ นี้
เขาเป็นคนดีที่สุดแล้วสำหรับเรา พยายามรักษาเขาไว้
เพราะเมื่อเขาหลุดลอยไปแล้ว เราจะไม่สามารถเรียกความรู้สึกต่าง ๆ กลับมาได้อีก
อย่าพูดอย่างเดียว การกระทำจะเป็นคำตอบทุกอย่าง เวลาจะเป็นสิ่งสนับสนุนการกระทำและคำพูดให้น่าเชื่อถือ

อย่ารอเลย...เมื่อเราคิดอะไร รู้สึกยังไง พูดเถอะ ทำเถอะ อย่าปล่อยให้คำพูดดี ๆ เก็บไว้อยู่กับตัวเราเพียงคนเดียว "

-เก็บมาจากที่ไหนสักแห่งในเน็ท แล้วตัดต่อด้วยความรู้สึกจากบึ้งใจ

การรักใครสักคน การคิดถึงใครสักคน การห่วงใยใครสักคนไม่ใช่เรื่องผิด
และในทางกลับกัน อย่าปล่อยอะไรให้ค้างคาใจ
พูดสิ่งที่ไม่เข้าใจให้เขารับรู้บ้าง อย่าปล่อยให้เราหรือเขารู้สึกเพียงฝ่ายเดียว
การคิดเชิงบวกให้มากๆ ถือว่าเป็นพื้นฐานในการที่ตัวเองจะรักตัวเอง
เพราะการคิดในเชิงบวกคือการหว่านพืชทางด้านความคิด มองอะไรเป็นเหตุเป็นผล
การปรับทัศนคติย่อมส่งผลให้ตัวตัวเองเป็นคนที่มองอะไรกว้างขึ้น
ไม่มองตัวเองในแง่ร้าย ไม่หวาดหวั่นกับคำพูดใดๆ และต้องเชื่อในตัวเองค่าของตัวเองอยู่เสมอ
เห็นค่าตัวเองมากขึ้นแต่ก็ไม่ถึงกับคลั่งไคล้จนเกินเหตุ
อย่าลืมว่าถ้าตัวเองมัวแต่หลงระเริงกับความสุขที่ได้จนมากเกินไป
นั่นอาจจะทำให้ตัวเองอ่อนแอที่สุด

นี่ฉันกำลังจะออกแบบหรือยำความรักกันแน่
แค่ฉันกำลังพลิกแผ่นดินไถหว่าน มองดูความเจริญเติบโตของผลผลิต
พอใจความงอกงาม..เพียงแค่ความรักจะเหมือนการเก็บเกี่ยวสิ่งที่เพาะหว่าน..
เฟื่องฟ้ากระทบหนาวออกดอกสะพรั่งเป็นแนวบนกลางเลนหน้าที่พัก
ความสงบและกลิ่นกรุ่นของชนบทยังแทรกมาท่ามความจอแจ
เทศกาลสืบสานประเพณีโฉบวาบมาเขย่าตะกอนในก้นบึ้ง
ฟ้าคืนเดือนใสที่เคยงดงามศักราชนี้มีอะไรแตกต่าง?
หน่วยงานต่างๆขานรับนโยบายการอนุรักษ์วัฒนธรรม
ทุกหนแห่งต่างแข่งกันสืบสานประเพณีตามหย่อมเหย้า
โคมไฟตัวอันตรายต่อบ้านเรือนและทุ่งหญ้าป่าแล้งปีนฟ้าให้เห็นอยู่ลิบลิบ
เสียงอึกทึกของวัตถุต้องห้ามจากมือคนวัยดึกไร้จิตสำนึกทำลายบรรยากาศ
คนคุ้มกฏกับคนแหกกฏสถานะแตกต่างกันจริงอย่างว่า..คนคุ้มกฏไม่มากพอควบคุมคนแหกกฎ
คนคุ้มกฎสลายสถานะตัวเอง..หรือเจ้าหน้าที่บ้านเมืองไม่มีอิทธิพลมากพอที่จะคุมประพฤติของชุมชนแล้ว?
 
ความอลังการที่เห็นบ่งบอกถึงความตั้งใจของผู้จัด
ดอกบัวบานลอยคว้างกลางสระใหญ่ที่มีแสงสีประดับสวยงามแข่งแสงจันทร์
พลุถูกจุดสว่างวาบบนท้องฟ้าที่นั่นที่นี่เหมือนปลุกดาวให้ตื่นมาประดับฟ้า
"งานลอยกระทง" ที่เคยเป็นงานยิ่งใหญ่สวยงามเปลี่ยนไป
รู้สึกเสียดายงบประมาณการตระเตรียมงาน และความปรารถนาดี
ความพยายามที่จะยุดยื้อสิ่งที่เคยมีเคยเป็นในอดีตเหมือนรอปาฏิหารย์
หนุ่มสาวที่เคยรอเวลาชุมนุมนี้แรมปีเล่า หายไปไหนกัน ?
หรือทศวรรษนี้หนุ่มสาวซ่อนเร้นตัวเองในมุมต่างของคืนเดือนเต็ม..


กลุ่มคนที่นั่งสังสรรค์ต่างรูปแบบที่เห็นส่วนใหญ่คือฝ่ายบริหารและกรรมการจัดงาน
หาสาเหตุกันหน่อยมั้ย ทำไมคนร่วมงานไม่มากเท่าที่ควร หรือผู้คนต่างเคยชินกับการวางเงื่อนไข ?
หรือต่างแยกไปตามหย่อมเหย้าอันเป็นที่พึงใจจนไม่สามารถรวมกลุ่มได้เป็นหนึ่งเดียว
หรือให้เป็นกรณีตัวอย่างสำหรับการลงแข่งขันการเลือกตั้งผู้แทนในทุกองค์กร
วันนี้กระทงกลีบบัวใบใหญ่ยังลอยอยู่กลางบึงน้ำใส เงาในน้ำคงกระทบใจใครหลายๆคน
ทำไม ทำไม ทำไม ยังเป็นคำถามที่ผุดพรูวันที่สังคมเคว้งอยู่บนเรือลอยกลางน้ำเชี่ยวกราก


คนข้างบ้านที่หายเงียบไปนานกลับเข้ามากระตุ้นต่อมเซ็ง
เสียงเปิดปิดประตูเหล็กพับกระชากฉันออกมาจากความคิด
หัวใจเต้นร็อคเหมือนหลงเข้าสู่สมรภูมิรบ ความเครียดมาเยือน
หนักหนาสาหัสที่สุดก็กลิ่นบุหรี่ที่คละคลุ้งฝ่าป้าย "ควันบุหรี่ทำร้ายคนข้างเคียง"
สังคมไทยโบราณอบรมบ่มนิสัยให้ลูกหลานรู้จักความเกรงใจ
แต่คนรุ่นใหม่ คงไม่คำนึงถึง ไม่เป็นไรนะ ฉันผิดเองที่ไม่ปรับตัว

ควันธูปครึ่งกำใหญ่ที่ประณีตจุดกระพือควันค่อนดึกวันนั้น
แค่อยากบอกเธอว่าในทุกอณูควันเราสื่อถึงกันเสมอ
รักนะ เด็กโง่..จะทำร้ายกันไปถึงไหน
ไม่รักกันไม่ว่าแต่ทำไมไม่รักตัวเอง
หรือเธอไม่รักตัวเอง? "เธอรักตัวเองเป็นไหม? "

"เธอรักตัวเองเป็นไหม? "
คำถามง่ายๆ ที่อาจทำให้หลายคนอึ้งได้และ ไม่ใช่เรื่องแปลกหากจะไม่แน่ใจ
การรักตัวเอง"เป็น" กับ สัญชาตญาณรักแบบเห็นแก่ตัวนั้น มีความหมายใกล้กันแค่คืบ
เรามักนึกถึงความรู้สึกที่เรามอบให้คนอื่น แทบไม่มีใครพูดถึงความรักที่เรามอบให้ตัวเอง
ในสายตาของคนจำนวนมาก ความรักตัวเองเป็นภาพของความเห็นแก่ตัว จริงหรือ?

ผิดแล้ว ความจริงคือ ความรักตัวเองกับความเห็นแก่ตัวไม่เหมือนกัน
ความรักตัวเองเป็นสัญชาตญาณหนึ่งที่ธรรมชาติสร้างขึ้นเพื่อให้มนุษย์อยู่รอด
เมื่อสังคมมนุษย์ทวีความซับซ้อนขึ้น ความรักตัวเองจึงลดระดับลงไปเป็น‘ความเห็นแก่ตัว’
นั่นเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้คนบางคนรักตัวเองจนเกินกว่าจะรักคนอื่น

ในมุมมองของฉันความรักตัวเองไม่ได้หมายถึงการแย่งชิงสิ่งอื่นใดทั้งปวงมาเป็นของตัวเอง
ความรักตัวเองของฉันคือการรักกายภาพ รักชีวิต รักจิตใจของตนเอง
ไม่ว่าเป็นสภาวะใด ก็สามารถยอมรับสิ่งที่ธรรมชาติกำหนดให้ได้
ไม่แสวงหาความสุขใส่ตัวจนร่างกายเสื่อมสภาพ ไม่ทำร้ายตัวเอง ทั้งร่างกายและจิตใจ
ฉันเองก็รักตัวเองที่สุด จริงจริงนะ
ฉันรักตัวเองจนไม่อยากเสียใจแม้สักครั้ง พบว่าบ่อยไปที่เข้าข้างตัวเอง
บ่อยไปที่คิดว่า ทุกความคิดมีปลายทาง ฉันส่งความคิดไปถึงปลายทาง

ก็นะ..เราจะรักคนอื่นได้อย่างไร หากเรารักตัวเองไม่เป็น ?
คนดีของฉัน..เธอรักตัวเองเป็นไหม?
วันนี้..เธอรักตัวเองมากพอที่จะรักฉันหรือยัง?
วันไหน เธอจะรักฉันเท่าฉันรักเธอ?

อสงไขย
 
ปล่อยความคิดถึงปลิวไปในอากาศ
ล่องลอยหัวใจสะอาด ปล่อยไปแสนไกล
กรุ่นกลิ่นบุหงาพัดมาด้วยรักจากใจ
เพียงหวังให้ถึงใคร คนที่รอคนนั้น
ส่งความคิดถึงปลิวไปในอากาศ
คิดถึงใจจะขาด เธออาจไม่เข้าใจ
แค่อยากให้รู้ ไม่ได้ต้องการสิ่งใด
เธอไม่ต้องคืนใจ ถ้าเธอไม่ต้องการ
ฝากเป็นเพลง ให้ลอย เล่นลมไป
ล่องลอย ผ่านไปถึงเธอ
แม้จะเนิ่นนาน ยังรักเธอ
ตราบนาน อสงไขยเวลา
หากเพลงคิดถึงที่ปลิวไปในอากาส
เพียงถ้ามันพลั้งพลาด ไปไม่พบเธอ
ให้บทเพลงนี้ล่องลอยไปเสมอ
รอสักวันที่เจอ คนที่เขาต้องการ
ฝากเป็นเพลง ให้ลอย เล่นลมไป ล่องลอย ผ่านไปถึงเธอ
แม้จะเนิ่นนาน ยังรักเธอ ตราบนาน อสงไขยเวลา
แม้จะเนิ่นนาน ยังรักเธอ ตราบนาน อสงไขยเวลา


หน้าที่ :: 82   83   84   85   86   87   88   89   90   91   92  


Copyright © 2012 Neric-Club.Com All Rights Reserved